อนาล็อก ดีไวเซส หรือ ADI ประกาศเปิดตัวฐานการผลิตขั้นสูงแห่งใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เดินหน้ากลยุทธ์ Hybrid Manufacturing กระจายความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางการทดสอบชิปที่รองรับกำลังการผลิตระดับโลกเพิ่มขึ้นเป็น 50%

ตลอด 60 ปีของการดำเนินธุรกิจ ADI มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน แต่ในยุคปัจจุบันที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตระดับโลกอย่างโควิด-19 สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อซัพพลายเชนอย่างหนัก
ดังนั้นการพึ่งพาฐานการผลิตในไต้หวันและจีนที่สูงถึง 60-70% กลายเป็นความเสี่ยงที่องค์กรต้องเร่งจัดการ การย้ายและขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทยจึงเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่อง
วินเซนต์ โรช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการของ ADI ระบุว่า การขยายฐานการผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติของห่วงโซ่เทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ ประเทศในภูมิภาคนี้อย่างไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ไม่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีเก่า ทำให้สามารถเปิดรับและปรับตัวเข้ากับคลื่นลูกใหม่ของเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วทำให้ทิศทางการลงทุนของบริษัทมุ่งมาที่เอเชียมากขึ้นอย่างชัดเจน โดย ADI มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาทั่วโลกสูงกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับโรงงานในประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตปลายน้ำที่สำคัญ ปัจจุบันรองรับการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ในสัดส่วน 30% ของกำลังการผลิตทั่วโลก และการเปิดอาคารดำเนินงานแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพจนสามารถรองรับกำลังการผลิตได้ถึง 50% ในอนาคต การขยายพื้นที่ Cleanroom จะยกระดับกระบวนการทดสอบทางไฟฟ้าทั้งในระดับแผ่นเวเฟอร์, ผลิตภัณฑ์ขั้นสูงแบบอื่น ๆ และการทดสอบไอซีขั้นสุดท้ายให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น
“ประเทศไทยคือหนึ่งในศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของ ADI การขยายฐานการผลิตในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเรา” วินเซนต์ โรช กล่าว
ด้าน วิเวก เจน รองประธานบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีระดับโลกของ ADI เสริมประเด็นนี้ว่า การมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ทั้งในฟิลิปปินส์และไทยจะช่วยเกื้อหนุนกัน สร้างความยืดหยุ่นให้เครือข่ายการผลิตสามารถฟื้นตัวและดำเนินงานต่อได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุหยุดชะงักทางภูมิศาสตร์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ทั้งนี้เมื่อเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ทักษะของบุคลากรจึงเป็นกุญแจสำคัญ ADI ดำเนินธุรกิจในไทยมาแล้ว 25 ปี และมองเห็นศักยภาพของบุคลากรไทยรวมถึงการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI
ภายในแผน 5 ปีข้างหน้า ADI เตรียมขยายการจ้างงานในโรงงานประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ 2,500 ตำแหน่ง โดยจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มวิศวกร 500 คน และช่างเทคนิค 500 คน เพื่อรับมือกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ADI ได้จัดตั้งโครงการ ADI Thailand Academy ขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรจากภายใน และทำงานร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตลอดจนมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ในการบ่มเพาะวิศวกรรุ่นใหม่ป้อนสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างยั่งยืน
นอกจากการขยายกำลังการผลิตและการสร้างบุคลากร อาคารดำเนินงานแห่งใหม่นี้ยังถูกออกแบบให้เป็นอาคารอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Platinum เป็นแห่งแรกในเครือข่ายการผลิตของ ADI ทั่วโลก โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่เข้มข้น ทั้งการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% การออกแบบระบบรีไซเคิลน้ำที่ทันสมัย และการเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายแรกในไทยที่นำไนโตรเจนเหลวคาร์บอนต่ำ มาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการทดสอบ
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








