[บทความสรุปเซสชัน] The Rise of Intelligent Industry: โอกาสของประเทศไทยในยุค AI-Driven Industrial Transformation และ Industry 5.0

โดย ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director, Honeywell (Thailand) จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026

ตลอด 2 วันเต็มกับ 14 เซสชันการบรรยายที่เจาะลึกทุกมิติของเทคโนโลยีการผลิต ทีมงาน ManuTalkThai ขอหยิบยกหนึ่งในหัวข้อไฮไลต์ที่ทรงพลังและกำหนดทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมไทยมาสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกัน กับเซสชัน “The Rise of Intelligent Industry” AI | Automation | Data ซึ่งบรรยายโดย ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director จาก Honeywell (Thailand) ที่ได้มาเผยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงาน ผสานนวัตกรรมแห่งอนาคตเข้ากับศักยภาพของมนุษย์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ บริบทของความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เคยมองแค่ “ประสิทธิภาพในการผลิต” (Efficiency) และ “การลดต้นทุน” (Cost Reduction) กำลังถูกแทนที่ด้วยพลังของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ข้อมูล (Data) และ ความคล่องตัวขององค์กร (Organizational Agility) สู่สิ่งที่เรียกว่ายุคของ Intelligent Industry

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การซื้อเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์ใหม่เข้ามาติดตั้งในโรงงาน แต่เป็น การเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เทคโนโลยีอย่าง Industrial Internet of Things (IIoT), Real-time Analytics และ Autonomous Decision Support ได้ก้าวเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการตัดสินใจทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับกลยุทธ์

ในเชิงปฏิบัติ องค์กรอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการบริหารแบบ reactive ไปสู่ predictive และ prescriptive management เช่น

  • Predictive Maintenance: การคาดการณ์ซ่อมบำรุงก่อนเครื่องจักรจะเสีย
  • Demand Forecasting: การพยากรณ์ความต้องการของตลาดอย่างแม่นยำ
  • Production Optimization: การปรับแต่งการผลิตให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดแบบเรียลไทม์ สิ่งเหล่านี้ช่วยลด Downtime เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และยกระดับการตัดสินใจให้แม่นยำยิ่งขึ้น

งานวิจัยของ Honeywell ในปี 2024 สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพเชิงธุรกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพของแรงงานและการทำงานของมนุษย์ด้วย โดยพบว่า:

  • 49% ของพนักงานมีความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มขึ้น
  • 45% มีความพึงพอใจในงานที่ทำมากขึ้น
  • 44% มีเวลาว่างสำหรับการพัฒนาทักษะ (Upskilling/Reskilling) มากขึ้น
  • 39% มีความปลอดภัยในการทำงานเพิ่มขึ้น

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า AI มิได้เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ หากแต่ทำหน้าที่เป็น “co-pilot” ที่ช่วยยกระดับศักยภาพของบุคลากร

หาก Industry 4.0 คือเรื่องของ Smart Factory ที่เน้น Digitalization, Connectivity และ Automation การเปลี่ยนผ่านในยุคปัจจุบันกำลังพาเราก้าวล้ำไปสู่กรอบแนวคิดใหม่นั่นคือ Industry 5.0 ซึ่งไม่ได้มีแค่ความ “ฉลาด” แต่ต้องประกอบไปด้วย Smart + Human-Centric Factory

ตามรายงานของ European Commission (2021) และงานวิจัยของ Alves, Lima และ Gaspar (2023) Industry 5.0 ขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่:

  1. Human-Centricity: ให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการผลิต โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และระบบอัจฉริยะ (เช่น AI, Cobots, Digital Twins)
  2. Sustainability: มุ่งเน้นความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์เป้าหมาย ESG
  3. Resilience: มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนหรือวิกฤติต่างๆ เช่น ปัญหา Supply Chain Disruption

นี่คือการเปลี่ยนผ่านจาก Technology-centric efficiency (เทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพ) ไปสู่ Human-centric value creation (มนุษย์เพื่อการสร้างมูลค่า) อย่างแท้จริง

สำหรับประเทศไทย นี่คือ “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่สำคัญยิ่ง เรามีรากฐานที่แข็งแกร่งในฐานะ Manufacturing Hub ของภูมิภาคอาเซียนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และโลจิสติกส์

ศักยภาพนี้ได้รับการตอกย้ำด้วยเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ที่ Microsoft ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในประเทศไทย (ปี 2026–2028) เพื่อพัฒนา Cloud และ AI Infrastructure รวมถึง Data Center และการยกระดับทักษะบุคลากรไทย

การลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์นี้เป็นการส่งสัญญาณจากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกว่า ประเทศไทยกำลังถูกยกระดับจาก “ฐานการผลิต” สู่การเป็น Digital and AI Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อผสานเข้ากับแนวคิด Industry 5.0 ประเทศไทยจึงมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะสร้างโมเดลอุตสาหกรรมที่ทั้งฉลาด ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเชิดชูคุณค่าของมนุษย์

ในท้ายที่สุด อนาคตของอุตสาหกรรมจะไม่ได้ถูกตัดสินผู้ชนะกันที่ “ต้นทุนการผลิตที่ถูกที่สุด” อีกต่อไป แต่จะถูกขับเคลื่อนด้วย Intelligence, Data, Human Creativity และ Human-Centric Design

ในยุคที่ทุกองค์กรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้ใกล้เคียงกัน ความแตกต่างที่แท้จริงจะวัดกันที่ “ใครสามารถผสานพลังของเทคโนโลยีเข้ากับศักยภาพและจินตนาการของมนุษย์ได้ดีกว่ากัน”

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ หากเราสามารถใช้จังหวะเวลานี้ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาบุคลากร และเสริมสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมได้อย่างบูรณาการ การก้าวสู่การเป็น AI-First และ Industry 5.0 Nation ย่อมไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นอนาคตที่เรากำหนดได้เอง


References:

  • Honeywell. (2024). Industrial AI Research: A Pivotal Moment for Industrial AI.
  • European Commission. (2021). Industry 5.0: Towards a sustainable, human-centric and resilient European industry.
  • European Commission. (2024). Industry 5.0 Framework and Implementation.
  • Alves, J., Lima, T. M., & Gaspar, P. D. (2023). Is Industry 5.0 a Human-Centred Approach? A Systematic Review.

รับชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่:

About pawarit

Check Also

[Video] การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม

สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ …

[Video] เทคโนโลยี Digital Twin ยุคใหม่ ผสานระบบอัตโนมัติด้วย AIoT เพื่อยกระดับการดำเนินงานองค์กร

สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ …