ในบทสัมภาษณ์นี้ คุณดีน ลีโอ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส หน่วยธุรกิจ Edge AI จาก บริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี จำกัด (Microchip) จะมาให้ความคิดเห็นในมุมมองอันน่าสนใจของ Microchip Technology เกี่ยวกับการพัฒนา AI ทั้งในด้าน Cloud และ Edge Computing แนวทางการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อรองรับแนวโน้มใหม่ ๆ เช่น Generative AI, Physical AI การประมวลผลที่อุปกรณ์ปลายทาง ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์ของ Microchip ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI และความสมดุลระหว่าง Cloud AI และ Edge AI

- ขณะที่การใช้งาน AI ของ Microchip ครอบคลุมทั้งในส่วนของ Edge และ Cloud คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการทำงานร่วมกันระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งสองด้านนี้ครับ
Cloud AI และ Edge AI มีจุดเด่นที่แตกต่างกันครับ (ซึ่งลูกค้าของเรามองว่าเป็นการได้อย่างเสียอย่าง) เมื่อเปรียบเทียบในด้านประสิทธิภาพในการคำนวณ ข้อจำกัดของหน่วยความจำ ความน่าเชื่อถือในการเชื่อมต่อ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ขนาดโซลูชัน และต้นทุน เทคโนโลยี Cloud จะยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนและการอัปเดตโมเดลที่ต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผลจำนวนมาก (แม้ว่า Cloud อาจไม่พร้อมใช้งานในทุกรูปแบบการใช้งานเสมอไปก็ตาม) ทั้งยังเป็นเทคโนโลยีแถวหน้าในด้านการใช้งานที่ต้องพึ่งพาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงสุดอีกด้วย ด้วยการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลและการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ส่งผลให้ Cloud AI กลายเป็นจุดสนใจหลักของหัวข้อข่าวสารและการรับรู้ของสาธารณชนในปัจจุบัน ขณะที่ Edge AI นำเสนอการประมวลผลของ AI ในระดับท้องถิ่นที่ให้ผลลัพธ์ในทันที มอบความสามารถในการ ‘ปรับขนาดให้เหมาะสม (Right-size)’ สำหรับแต่ละโซลูชัน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพ หน่วยความจำ การเชื่อมต่อ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความปลอดภัย ขนาด และต้นทุน ตามที่การใช้งานเฉพาะทางรูปแบบต่าง ๆ กำหนดไว้ได้อย่างแม่นยำ และเช่นเดียวกับทุกเทคโนโลยีที่เคยมีมาก่อนหน้า ประสิทธิภาพในการประมวลผลของ AI จะค่อย ๆ ขยายตัวจากแกนกลางเครือข่ายไปสู่อุปกรณ์โหนด (Node Devices) เมื่อเวลาผ่านไป การใช้งานแต่ละรูปแบบจะต้องปรับความสมดุลในการใช้งานที่ผสาน Edge AI ร่วมกับ Cloud AI ตามความจำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของงานนั้น ๆ ได้ในท้ายที่สุด ลองจินตนาการถึงศักยภาพของ AI ในโทรศัพท์มือถือของคุณในอีก 10 ปีข้างหน้าดูสิครับ Microchip มีรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับเทคโนโลยี AI ทั้งสองรูปแบบ ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้ลูกค้าแต่ละรายสามารถสร้างสถาปัตยกรรมแบบไฮบริดที่เหมาะสมระหว่าง Edge AI และ Cloud AI เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของพวกเขาได้ดีที่สุดครับ
- คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อภาพรวมของศูนย์ข้อมูล AI ในปี 2569 และ Microchip มีกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปนี้อย่างไรบ้างครับ
ภาพรวมของศูนย์ข้อมูล AI ในปี 2569 จะต้องรับมือกับความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นและข้อจำกัดด้านพลังงานที่มาควบคู่กัน การลงทุนมหาศาลจากเหล่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) กำลังขับเคลื่อนความต้องการในการสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ ซึ่งแต่ละแห่งจำเป็นต้องใช้กำลังไฟฟ้าหลายกิกะวัตต์ รวมถึงระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่มีความหนาแน่นสูง สิ่งนี้ช่วยสร้างโอกาสให้กับ Microchip ในด้านการใช้งานแบบแอนะล็อก เช่น โซลูชันพลังงานสูง เพื่อการผลิตและการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การวัดอัตราการไหลที่แม่นยำ และการใช้งานด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจจับการรั่วไหลของสารหล่อเย็น และการจัดการแบตเตอรี่พร้อมระบบตรวจจับสภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม (Thermal Runaway) นอกจากนี้ Microchip ยังได้รับโอกาสในด้านดิจิทัลจำนวนมาก เช่น ระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อ ซึ่งเรามีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ตั้งแต่สวิตช์อีเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม เลเยอร์ทางกายภาพ และอุปกรณ์ SPE รวมถึงสวิตช์ PCIe® Gen 6 3 นาโนเมตรรุ่นแรกของอุตสาหกรรม Microchip นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและครบวงจรอย่าง NVMe® RAID และตัวควบคุมการจัดเก็บข้อมูลที่รองรับไดรฟ์หลากหลายประเภท นอกจากนี้ เรายังมีเลเยอร์กายภาพ META-DX2 800 GbE ที่มาพร้อมความสามารถในการปรับแต่งสัญญาณ (Retiming) และโซลูชันการกำหนดเวลาเครือข่าย (Network Timing) เช่น นาฬิกาอ้างอิงเวลาหลักแบบเสมือน (vPRTC) เซิร์ฟเวอร์ NTP อุปกรณ์ PTP Grandmaster และนาฬิกาอะตอม (Atomic Clocks) อีกด้วย คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันเหล่านี้ได้บนเว็บไซต์ของเรา: https://www.microchip.com/en-us/solutions/data-centers-and-computing
- เนื่องจากมีกลุ่มผลิตภัณฑ์โพรเซสเซอร์และหน่วยประมวลผลหลักที่หลากหลาย Microchip มีการดำเนินการเพื่อกำหนดแผนกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์และการพัฒนาในระยะยาวอย่างไรครับ
Microchip ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือธงของเราอย่างต่อเนื่อง อาทิ ไมโครคอนโทรลเลอร์ ไมโครโพรเซสเซอร์ อุปกรณ์ควบคุมสัญญาณดิจิทัล (DSC) ไมโครคอนโทรลเลอร์ไร้สาย อุปกรณ์ควบคุมแบบฝังตัว FPGAs และ FPGA SoCs ผลิตภัณฑ์ประมวลผลแต่ละตระกูลมีบทบาทของตัวเองในรูปแบบการใช้งานและตลาดที่เหมาะสม ซึ่งลักษณะการใช้งานจะเป็นตัวกำหนดว่าอุปกรณ์ใดมีความเหมาะสมที่สุด ผ่านการวิเคราะห์ตลาดอย่างแม่นยำ การปรึกษาร่วมกับลูกค้า และการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขัน เราจึงสามารถกำหนดแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ที่มีความต้องการในแต่ละภาคส่วน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ข้อกำหนดของลูกค้าจำนวนมากได้ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรลง อย่างไรก็ตาม ชีวิตต้องดำเนินควบคู่ไปกับความสมดุล บริษัทที่ประสบความสำเร็จแต่ละแห่งต่างปรับตัวให้สอดคล้องกับโอกาสทางตลาดด้วยความสามารถของตนในปัจจุบัน และมุ่งเน้นการดำเนินงานซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในด้านศักยภาพ รายได้ และความสามารถในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด เราสร้างความท้าทายให้ตัวเองในการขึ้นเป็นที่หนึ่งแห่งอุตสาหกรรมอยู่เสมอ และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เราจึงจำเป็นต้องรู้จักตัวเราเองและรู้จักตลาดเป็นอย่างดีครับ
- การนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว นอกจากความแข็งแกร่งของชิปแล้ว Microchip มีการจัดเตรียมซอฟต์แวร์ที่เฉพาะเจาะจงหรือกรอบการดำเนินงานด้านการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) แบบใดไว้เพื่อสนับสนุนผู้พัฒนา AI บ้างครับ
ปลั๊กอิน Machine Learning Development Suite ใน MPLAB® X IDE ของเรา เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้พัฒนาในการขยายขีดความสามารถของตนเอง ทั้งในด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล AI การติดฉลากข้อมูล การเลือก/สร้าง/ฝึกฝน/ทดสอบโมเดล ML ตลอดจนการนำไปใช้งานจริงบนอุปกรณ์เป้าหมาย อย่างไรก็ตาม เรายังรองรับกระบวนการพัฒนาแบบ Bring-Your-Own-Model ด้วยเช่นกัน โดยอนุญาตให้สามารถนำเข้าโมเดลที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มมาตรฐานอุตสาหกรรมในรูปแบบไฟล์ LiteRT (เดิมคือ TensorFlow Lite) มายัง MPLAB X IDE ของเรา เพื่อใช้งานร่วมกับไมโครคอนโทรลเลอร์ อุปกรณ์ควบคุมสัญญาณดิจิทัล และไมโครโพรเซสเซอร์ (ในรูปแบบ Bare Metal) ได้โดยตรง หากคุณเป็นผู้พัฒนา FPGA หรือ FPGA SoC ก็สามารถใช้ชุดเครื่องมือ VectorBlox™ เพื่อปรับแต่งโมเดลที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มมาตรฐานอุตสาหกรรมและนำเข้ามายัง Libero® IDE ได้ ในอนาคต Microchip มีแผนพัฒนาใหม่ ๆ สำหรับเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมาก เช่นเดียวกับการพัฒนาฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ปรับแต่งมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ โดยผู้พัฒนาสามารถเข้าถึงชุดเครื่องมือทั้งหมดของ Microchip ได้ผ่านโปรแกรม VS Code® ยอดนิยม ผ่านชุดส่วนขยาย MPLAB อย่างเป็นทางการสำหรับ VS Code ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต้องทำงานผสานกัน เพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถส่งมอบผลงานการออกแบบที่ประสบความสำเร็จได้ตรงตามกำหนดเวลา ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ในปัจจุบันมีอำนาจในการตัดสินใจมากพอ ๆ กับนักออกแบบฮาร์ดแวร์ เมื่อต้องเลือกแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์สำหรับผลิตภัณฑ์ โดยข้อเท็จจริงนี้ยิ่งเป็นที่ประจักษ์ในการใช้งาน Edge AI มากกว่าส่วนอื่นใดในอุตสาหกรรมของเราในปัจจุบันเสียอีก ทั้งนี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันที่มุ่งเน้นด้าน Edge AI ได้บนเว็บไซต์ของเราครับ: https://www.microchip.com/en-us/solutions/technologies/machine-learning
- ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) และการประมวลผลที่อุปกรณ์ปลายทาง (Edge Computing) กำลังเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมของชิปไปอย่างมาก ทาง Microchip มองว่าแนวโน้มนี้เป็นความท้าทายหรือเป็นโอกาสมากกว่ากัน และสิ่งนี้จะส่งผลต่อการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตของบริษัทอย่างไรบ้างครับ
เป็นทั้งสองอย่างครับ การออกแบบชิปรุ่นใหม่ในทุก ๆ ครั้งคือความท้าทาย แต่โอกาสสำหรับ Edge AI นั้นมีมหาศาล ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) จะเริ่มย้ายการทำงานจากศูนย์ข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทาง เช่น โหนด IoT อุตสาหกรรมและผู้บริโภค สมาร์ตโฟน และรถยนต์ การเปลี่ยนผ่านนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการในการลดความหน่วง ความต้องการด้านเสถียรภาพในการเชื่อมต่อกับระบบประมวลผล AI ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงการลดต้นทุนด้านแบนด์วิดท์ของระบบคลาวด์ ซึ่งสามารถบรรลุได้ด้วยการลดขนาดโมเดลลงมาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับอุปกรณ์โหนดปลายทาง โดยใช้เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพต่าง ๆ เช่น Quantization Pruning และ Pairing ควบคู่ไปกับการรักษาความแม่นยำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานนั้น ๆ การใช้งาน Edge AI บางประเภทจำเป็นต้องอาศัยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการเร่งความเร็วด้วยหน่วยประมวลผลประสาทเทียม (Neural Processing Unit) ภายในฮาร์ดแวร์ ในขณะที่ประเภทอื่น ๆ สามารถใช้งานได้ในรูปแบบซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ราคาประหยัดที่มีการใช้งานแพร่หลายมานานหลายปีแล้ว แผนกลยุทธ์สำหรับผลิตภัณฑ์ในอนาคตจะต้องครอบคลุมทั้งสองแง่มุมของ Edge AI เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในวงกว้างมากที่สุด และเราจะดำเนินการตามแนวทางนั้นอย่างแน่นอนครับ
- ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical AI) คือเทรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยในปัจจุบัน ทาง Microchip มีกลยุทธ์อย่างไรในการรับมือและก้าวเข้าสู่ยุคสมัยนี้ครับ
ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical AI) คือส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเทคโนโลยี Edge AI ปัจจุบัน เนื่องจากเป็นจุดที่ปัญญาประดิษฐ์ปรากฏตัวให้ผู้ใช้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้มากที่สุด หุ่นยนต์ โดรน และยานยนต์อัตโนมัติที่ถูกควบคุมโดยเทคโนโลยี AI จะขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองทศวรรษนี้ ไปสู่ทุกแง่มุมในการใช้ชีวิต ทั้งในบ้าน การช้อปปิ้ง การคมนาคม การศึกษา กล่าวคือ AI จะอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของเรา Microchip มีบทบาทในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มาอย่างยาวนาน โดยจัดหาเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า อาทิ FPGAs FPGA SoCs ไมโครโพรเซสเซอร์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ อุปกรณ์ควบคุมสัญญาณดิจิทัล (DSC) โมดูลไร้สาย อีเทอร์เน็ต EtherCAT® SPE PCIe® USB อุปกรณ์กำหนดเวลา ชิปความปลอดภัย หน่วยความจำ วงจรสัญญาณ และชิปจัดการพลังงาน เรานำเสนอผลิตภัณฑ์หน่วยประมวลผลหลายรายการที่ ‘รองรับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional Safety Ready)’ พร้อมรายงาน FMEDA รหัสวินิจฉัย FuSa คู่มือด้านความปลอดภัย คอมไพเลอร์ที่ได้รับการรับรอง และการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญภาคสนามของเรา ทั้งยังมีศักยภาพด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยนำเสนอแนวทาง “ปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ (secure by design)” ที่มุ่งเน้นความน่าเชื่อถือซึ่งอาศัยฮาร์ดแวร์เป็นพื้นฐาน คุณสามารถพบการบูรณาการนี้ได้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ไมโครคอนโทรลเลอร์ ไมโครโพรเซสเซอร์ และ FPGA หรือสามารถใช้งานได้ในรูปแบบชิปเสริม (Companion Chips) ที่ทนต่อการดัดแปลงและสามารถกำหนดค่าได้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘Secure Elements’ โดยชิปเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องกุญแจเข้ารหัส และช่วยให้การยืนยันตัวตนอุปกรณ์มีความปลอดภัย หากคุณกำลังมองหาพันธมิตรในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical AI) ไม่ต้องมองหาอื่นไกล Microchip พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบและผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้การสนับสนุนในทุกการออกแบบของคุณครับ
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






