ไมโครชิพข้ามเวลาสู่นวัตกรรมด้วย FPGA Industrial Edge Stack ระดับกลางที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในอุตสาหกรรม รวมทั้งเพิ่ม Core Library IP และเครื่องมือการแปลงมากขึ้น

ความหลากหลายเพิ่มเติมที่ช่วยเปลี่ยนการใช้งานให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมสำหรับ PolarFire® FPGA และ System-on-Chip (SoC) FPGA

6 มิถุนายน 2566 – สิ่งจำเป็นใหม่ ๆ สำหรับ edge อัจฉริยะ – ประสิทธิภาพของพลังการใช้งาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ – ผลักดันให้บรรดาสถาปนิกระบบและวิศวกรออกแบบ ค้นหาโซลูชั่นใหม่ จำนวนนักออกแบบระบบที่เปลี่ยนมาใช้งาน PolarFire FPGA และ SoCs มีเพิ่มมากขึ้น ไมโครชิพ เทคโนโลยี อิงค์ (Nasdaq: MCHP) จึงได้ประกาศ การพัฒนาและการบริการออกแบบ โฉมใหม่เพื่อความเคลื่อนไหว รวมถึง edge slack ระดับกลางตัวแรกของอุตสาหกรรมที่พร้อมใช้งาน และสามารถปรับแต่งการเข้ารหัสและ boot libraries ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และเครื่องมือใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ FPGA เป็นอุปกรณ์ PolarFire

สิ่งที่เพิ่มเติมนี้ช่วยขยายเครื่องมือและบริการที่ครอบคลุมของ Microchip FPGA ซึ่งสนับสนุนอุปกรณ์ตระกูล PolarFire ที่ได้รับการพิสูจน์ รวมถึง RISC-V SoC FPGA หนึ่งเดียวที่มีการผลิตจำนวนมาก  

“edge อัจฉริยะจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีที่สุด รวมทั้งความมั่นคง ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ” เชคคีล พีร่า รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ของ Microchip FPGA กล่าว “edge stack ใหม่ในอุตสาหกรรมระดับกลางของเราและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง นำเสนอมากกว่าเพียงแค่ IP อัตโนมัติและสามารถเปิดใช้งาน edge ประมวลผลที่ปลอดภัย การวิเคราะห์ การเรียนรู้ของเครื่อง และการเชื่อมต่อระหว่างข้อมูลที่มีความพร้อมใช้งานสูง สำหรับเป้าหมายของ IoT อุตสาหกรรม”

“ลูกค้าต่างกำลังเปลี่ยนมาใช้งาน PolarFire FPGA และ SoC เพื่อความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์ในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ซึ่งเป็นการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน และเร่งเวลาสู่นวัตกรรม” บรู๊ซ เวเยอร์ รองประธานองค์กรของ Microchip FPGA กล่าว “ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับกลางของเราและโซลูชั่นการประมวลผลบนพื้นฐาน RISC-V ที่ไม่มีใครเทียบได้  ทำให้สถาปนิกระบบมีความยืดหยุ่นและเข้าถึงประสิทธิภาพการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

เพื่อสนับสนุน portfolio แบบ FPGA embedded processor ไมโครชิพจึงสนับสนุนการพัฒนา RISC-V เพิ่มมากขึ้นร่วมกับบริษัทต่าง ๆ จำนวนมากกว่า 60 แห่งในระบบ Mi-V ปัจจุบัน

ข้อมูลและเครื่องมือการแปลงรูปแบบใหม่ 7 รายการซึ่งให้ประโยชน์ทันทีในทุกขั้นตอนของการออกแบบและการพัฒนา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสู่ PolarFire FPGA และ SoC ที่ง่ายขึ้น ประกอบด้วย  

  • Industrial Edge Stack ที่ครอบคลุมสำหรับแอปพลิเคชั่น IIOT บน Open Platform Communications/Unified Architecture (OPC/UA)
  • การเข้ารหัส และ boot soft IP Libraries ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ โดยมีจำนวนมากกว่า 200 processor soft cores ที่ได้รับการพิสูจน์ ด้วยการปรับแต่งที่เหมาะสมที่สุด และใช้งานง่าย รวมถึงองค์ประกอบ IP FPGA อื่น ๆ ของ Microchip และมากกว่า 120 third-party cores ซึ่งองค์ประกอบ library แต่ละรายการได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับพื้นที่และช่วงเวลาที่ดีที่สุดด้วย PolarFire FPGA และ SoC เพื่อการออกแบบและต้นแบบที่มีความรวดเร็ว
  • Scripts การแปลง โดยตรงเพื่อการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วจาก FPGA ของผู้ค้ารายอื่น รวมถึงการฝึกทีละขั้นตอน เพื่อเปลี่ยนจากตระกูล FPGA ที่เป็นทางเลือกเหล่านี้
  • การพัฒนา AI/ML ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผู้สร้างอัลกอริทึมมี FPGA ระดับกลางของตนเอง โดยที่โซลูชั่นนี้มีลักษณะคอมไพเลอร์ซอฟต์แวร์แบบ SmartHLS ซึ่งเป็นชุดพัฒนาซอฟต์แวร์เร่งความเร็ว VectorBlox™ (SDK) และเครือข่าย neural-IP
  • ชุดพัฒนา PolarFire SoC ใหม่ สำหรับ smart embedded vision solution slack แบบอัจฉริยะ ที่ได้รับรางวัล ซึ่งช่วยให้นักออกแบบ industrial vision สามารถเริ่มต้นพัฒนา post-sensor processing และระบบเชื่อมต่อ vision-connectivity
  • การฝึกฝน การนำเสนอ และคู่มือ เกี่ยวกับการออกแบบ edge nodes ซึ่งประสานกับ library ของวีดีโอฝึกฝน FPGA และ SOC ที่กว้างขวางของบริษัท
  • นอกจากนี้ ไมโครชิพ ยังมี การฝึกฝน power-consumption และ คู่มือเปรียบเทียบ เพื่อประเมินประสิทธิภาพการออกแบบและการจัดการการออกแบบใด ๆ ภายในตัวประมาณค่าของผู้จำหน่าย สิ่งเหล่านี้รวมอยู่ใน บริการออกแบบ FPGA ที่ครอบคลุม รวมถึงการให้คำปรึกษา การสร้างแบบกรณีจำลอง และการทดสอบเพื่อการเขียนโปรแกรม การตรวจสอบความถูกต้อง และการสร้างต้นแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบและการติดตั้ง การพัฒนา IP และ firmware แบบกำหนดเอง

Libero® SoC Design Suite ของ Microchip FPGA รวม IP library ที่หลากหลาย (พร้อมใช้งานในการประเมิน ไม่มีค่าใช้จ่าย และ เวอร์ชั่น RTL) รวมทั้ง VectorBlox Accelerator ที่รองรับ frameworks ทั่วไป เพื่อใบอนุญาตพร้อมใช้งาน อีกทั้งเวอร์ชั่นที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้จากเว็บไซต์จัดซื้อและบริการลูกค้าของไมโครชิพที่ www.microchipdirect.com  ทั้งนี้ OPC/UA Industrial Edge Stack คาดว่าจะวางจำหน่ายในไตรมาสนี้ โดยสามารถขอราคาเฉพาะได้ ชุดพัฒนา PolarFire FPGA และ SoC รงมทั้งฮาร์ดแวร์ มีพร้อมจำหน่ายอยู่ในเว็บไซต์นี้ด้วย

เกี่ยวกับตระกูล PolarFire

อุปกรณ์ PolarFire ของไมโครชิพ เป็นผู้นำในหมวดผลิตภัณฑ์ด้านประสิทธิภาพการส่งพลังสองเท่า ความปลอดภัยระดับมาตรฐาน และความน่าเชื่อถือสูงสุดในอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทจะต่อยอดด้วยแผน PolarFire 2 FPGA เนื่องจากไมโครชิพ ยังคงเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผลในอุตสาหกรรมที่มีขนาดเล็กลงและมีค่าใช้จ่ายน้อยลง  รวมทั้ง IoT และผลิตภัณฑ์ที่มีการประมวลผล ทั้งนี้ ด้วยรูปแบบบ real-time ของระบบย่อยใน Linux®-capable RISC-V-based microprocessor จึงทำให้  PolarFire SoC เป็น SoC เพียงตัวเดียวในตลาดที่สร้างความสามารถในการประมวลผลที่กำหนดค่าได้ใหม่ผ่านความซับซ้อนของ RISC-V ที่ทรงพลังขึ้นใน FPGA fabric ที่รวดเร็ว ซึ่ง FPGA และ SoC ตระกูลนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการประมวลผลแบบกำหนดเองภายใน FPGA fabric ดังนั้น ตระกูล FPGA และ SoC จึงมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับระบบที่ย้ายเวิร์กโหลดของคอมพิวเตอร์ไปยัง edge อัจฉริยะที่ไวต่อพลังงาน โดยนักพัฒนาสามารถเริ่มออกแบบด้วยตระกูล PolarFire ของไมโครชิพโดยใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์บนเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งอุปกรณ์ PolarFire ทั้งหมดมีการผลิตเต็มรูปแบบ

About pawarit

Check Also

Rymoplast ชู ‘ระบบความเย็น’ กุญแจสำคัญ ดันคุณภาพเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเทียบเท่าของใหม่

ในอุตสาหกรรมการรีไซเคิลพลาสติกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด Rymoplast ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลจากเมือง Markranstädt ประเทศเยอรมนี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องจักรที่ทรงพลังอาจไร้ความหมาย หากขาด “ระบบจัดการความร้อน (Thermal Management)” ที่มีประสิทธิภาพ โดยได้จับมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Technotrans เพื่อยกระดับสายการผลิตให้สมบูรณ์แบบ

XpressConnect™ PCIe® 6.0 และ CXL 3.1 Retimers พร้อมตอบโจทย์ความท้าทายด้านความหน่วงและความสมบูรณ์ของสัญญาณในศูนย์ข้อมูล AI [PR]

ขณะที่ภาระงานของ AI ขยายขอบเขตออกไปในวงกว้างมากขึ้น สถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูลต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านระยะการส่งสัญญาณและความหน่วงที่เพิ่มสูงขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทรัพยากรหน่วยความจำอันมีค่าในคลัสเตอร์ GPU ขนาดใหญ่ไม่ได้รับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และความท้าทายเหล่านี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อความเร็วในการเชื่อมต่อเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ความเร็ว 64 GT/s (กิกะทรานส์เฟอร์ต่อวินาที) ข้อจำกัดด้านความสมบูรณ์ของสัญญาณอาจส่งผลให้การขยายขนาดของระบบทำได้ยากขึ้น …