jaam เปิดตัวแพลตฟอร์ม “M.” กาวใจเชื่อม “คน-ระบบ-AI” ให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว

เคยสงสัยไหมว่าทำไมพนักงานใช้ AI แล้วทำงานไวขึ้น แต่กำไรของบริษัทกลับไม่ได้โตตามอย่างที่คิด? สถิติชี้ว่าองค์กรยุคนี้ถึง 88% นำ AI เข้ามาใช้ แต่กลับมีแค่ 7% เท่านั้นที่สามารถสเกลระบบให้ครอบคลุมและสร้างผลกำไรได้จริง ปัญหาหลักคือ AI เหล่านี้มักถูกใช้งานแบบแยกส่วน และ “ไม่เข้าใจ” บริบทการทำงานหรือวัฒนธรรมองค์กรอย่างแท้จริง ล่าสุด jaam automation บริษัทเทคโนโลยีจากลอนดอน จึงได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ในชื่อ “M.” เพื่อมาแก้เพนพอยต์นี้โดยเฉพาะ

แพลตฟอร์ม M. ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นผู้จัดการระบบอัตโนมัติ (Agentic Work Management) โดยมีอาวุธลับคือ Context Engine ที่ทำหน้าที่เสมือนกาวใจ คอยประสานการทำงานระหว่าง “พนักงานที่เป็นคน ระบบหลังบ้านเดิมของบริษัท และผู้ช่วย AI” ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ระบบนี้จะเรียนรู้วิธีการทำงานและรวบรวมความรู้เฉพาะตัวขององค์กร ทำให้ AI มองเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ฉลาดขึ้น นอกจากนี้ยังออกแบบมาให้สอดรับกับระบบนิเวศยอดฮิตของ Microsoft อย่าง Azure AI และ Copilot ได้อย่างไร้รอยต่อ

การเข้าไปปรับเปลี่ยนองค์กรของ M. จะทำผ่าน 5 ขั้นตอนที่รัดกุม ตั้งแต่การวิเคราะห์กระบวนการเดิม (Analyse) สร้างโครงสร้างใหม่ (Build) นำไปใช้จริง (Work) เฝ้าระวังพร้อมแจ้งเตือนความเสี่ยงให้คนเข้ามาดู (Intelligence) และหาจุดที่ AI สามารถอัปเกรดให้ดีขึ้นได้อีก (Optimisation) โดยโปรเจกต์นี้ยังมี Oaka Studio เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลอีกด้วย

Andrew Murphy ผู้ร่วมก่อตั้ง jaam automation สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า “ธุรกิจส่วนใหญ่รับ AI เข้ามาใช้เร็วมาก แต่กลับเจอปัญหาในการทำให้มันเวิร์กกับทั้งบริษัท ถ้าเราอยากให้ AI รับภาระงานมากขึ้น มันก็ต้องเข้าใจก่อนว่าธุรกิจของเราทำงานกันอย่างไร” การเปิดตัวแพลตฟอร์ม M. จึงเป็นสัญญาณที่บอกวงการอุตสาหกรรมว่า มูลค่าที่แท้จริงในยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครมี AI ฉลาดกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครสามารถ “เชื่อม” AI ให้เข้ากับฟันเฟืองของธุรกิจได้สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก

ที่มา: https://ffnews.com/news/embargoed-release-00-01am-tuesday-29th-september-jaam-automaton-launches-new-ai–6bf836e7

About pawarit

Check Also

Kawasaki Heavy เดินสายการผลิตหุ่นยนต์ในโรงพยาบาล แก้วิกฤตขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่น

Kawasaki Heavy Industries เริ่มเดินสายการผลิตเพื่อการพาณิชย์สำหรับหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล เพื่อตอบสนองความต้องการด้านระบบอัตโนมัติ หลังสถานพยาบาลในญี่ปุ่นเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต โดยหวังทดแทนภาระงานขนส่งเวชภัณฑ์และตัวอย่างตรวจทางเทคนิค หลังจากทดลองแล้วลดระยะเวลาการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้ถึง 2,700 ชม. ต่อปี

บอกลาอุบัติเหตุคลังสินค้า! ทำไม “AI” ถึงเตรียมขึ้นแท่น “มาตรฐานความปลอดภัยใหม่” ของวงการโลจิสติกส์ในปี 2030

เมื่อคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และท่าเรือเต็มไปด้วยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การดูแลความปลอดภัยแบบเดิมๆ อาจไม่ทันกินอีกต่อไป มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะก้าวจากแค่ “เทคโนโลยีทางเลือก” กลายมาเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ทุกคลังสินค้าต้องมี เพื่อสอดส่องความปลอดภัยของคน …