Ajinomoto ไม่ขึ้นราคาฟิล์ม ABF สวนกระแสดีมานด์ชิป AI พุ่ง เร่งขยายกำลังการผลิตรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ความต้องการชิป AI ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกกำลังสร้างแรงกดดันต่อขีดความสามารถในการผลิตวัสดุสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Ajinomoto ผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตผงชูรส ได้กลายมามีบทบาทสำคัญด้วย Ajinomoto Build-up Film (ABF) วัสดุฉนวนระหว่างชั้นเชื่อมต่อโปรเซสเซอร์เข้ากับชิป ซึ่งบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

Shigeo Nakamura ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ajinomoto ระบุว่า การคาดการณ์ของบริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการได้จนถึงปี 2030 แต่แผนหลังจากนั้นยังคงไม่ชัดเจน พร้อมประเมินว่าความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI จะยังคงพุ่งสูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม แต่บริษัทจะพร้อมตอบโจทย์ตลาดผ่านกลยุทธ์ดังนี้

  • ยืนหยัดนโยบายราคา: แม้จะมีแรงกดดันจากนักลงทุนให้แสวงหาผลกำไรจากสถานะการเป็นผู้ผูกขาดในตลาดวัสดุ AI แต่บริษัทประกาศชัดเจนว่ายังไม่ได้ปรับขึ้นราคาและจะไม่ทำเพียงเพราะมีโอกาส
  • รักษาความสัมพันธ์ลูกค้า: ในขณะที่ผู้ผลิตวัสดุอื่น เช่น แผ่นทองแดงและใยแก้วที่ใช้ในแผงวงจร ได้ปรับขึ้นราคาโดยอ้างอิงต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทแย้งว่าฟิล์ม ABF ไม่ได้ใช้วัสดุทั้งสองชนิดและได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบน้อยกว่า การปรับขึ้นราคาตามกระแสเช่นนั้นจะบั่นทอนความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า
  • การจัดการความเสี่ยง: แม้ต้นทุนตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิดจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนเรซินดิบรวมถึงสารเติมแต่งทางเคมี แต่บริษัทยังไม่พบผลกระทบโดยตรงในขณะนี้ เนื่องจากการมีช่องทางการจัดซื้อที่หลากหลายช่วยเป็นเบาะรองรับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Ajinomoto เตรียมการขยายกำลังการผลิตฟิล์ม ABF ด้วยการจัดหาที่ดินสำหรับสร้างโรงงานแห่งใหม่ในภาคกลางของญี่ปุ่น คาดว่ากระบวนการผลิตจะเริ่มต้นได้ในปี 2032 อย่างไรก็ตาม กำหนดการดังกล่าวอาจถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม และในอนาคตราคาของ ABF อาจขยับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่การดันราคาให้สูงเกินไปอาจส่งเสียกับองค์กรมากกว่า

สำหรับความกังวลเรื่องเทคโนโลยีทดแทน Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก TF International Securities ระบุว่า แม้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเอื้อให้สามารถนำวัสดุแก้วมาใช้ในกระบวนการบรรจุภัณฑ์ชิปได้ภายในปี 2028 แต่การใช้งานดังกล่าวจะเป็นไปในรูปแบบควบคู่กับฟิล์ม ABF มากกว่าการเข้ามาทดแทน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ Ajinomoto ที่มุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุใหม่ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนผ่านไป

Nakamura ย้ำว่า AI ไม่ใช่เพียงกระแสความนิยมชั่วคราว แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงของอุตสาหกรรมคือความสามารถในการผลิตวัสดุฐานรองให้ทันต่อความต้องการ เนื่องจากซัพพลายเออร์วัสดุต้องทำงานภายใต้ข้อผูกพันด้านกำลังการผลิตยาวนานนับทศวรรษ แม้ความต้องการในตลาดอาจมีจุดผันผวนบ้าง แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ระดับความต้องการมหาศาลนี้จะหายไปในชั่วข้ามคืน

ที่มา: https://www.wsj.com/business/ai-needs-ajinomotos-film-but-its-ceo-wont-raise-prices-just-because-90d4782b

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

FEV จับมือ Microsoft นำร่อง AI ออฟไลน์ในยานยนต์ สั่งการได้ทั้งเสียง ข้อความ และท่าทาง ไม่ง้ออินเทอร์เน็ต

FEV และ Microsoft ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยี Generative AI ผสานเข้ากับยานยนต์โดยตรง ขับเคลื่อนด้วยพลังประมวลผล GPU ขั้นสูงจาก Nvidia โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างระบบโต้ตอบอัจฉริยะ (Multimodal Interactions) ทั้งผ่านเสียง …

Ceva Logistics โดน Cyber Attack กระทบคลังสินค้า 8 แห่งในยุโรป สะเทือนซัพพลายเชนค้าปลีก-อีคอมเมิร์ซ

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ ล่าสุด Ceva Logistics ผู้ให้บริการ Third-Party Logistics ระดับโลก ตกเป็นเหยื่อของการเจาะระบบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปฏิบัติการในคลังสินค้า 8 แห่งในยุโรปต้องหยุดชะงัก กระทบโดยตรงต่อลูกค้ากลุ่มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซที่ฝากสินค้าไว้ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้