แอมโพเทคจับมือกลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่ง สนับสนุนการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการเดินเรือ

แอมโพเทค (Ampotech) บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีพลังงานซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ กำลังนำเทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงานแบบอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) มาสู่อุตสาหกรรมการเดินเรือ โดยในวันที่ 25 เมษายน 2566 แอมโพเทคเป็นสมาชิกใหม่หนึ่งใน 11 รายที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่ง (Coastal Sustainability Alliance หรือ CSA)

กลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่ง

กลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2565 และบริหารงานโดยบริษัท ก๊วก มาริไทม์ (Kuok Maritime) โดยเป็นกลุ่มพันธมิตรที่ทุ่มเทความพยายามเพื่อลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการเดินเรือของประเทศสิงคโปร์ ผ่านการพัฒนาเรือเดินสมุทรพลังงานไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานในการชาร์จไฟ และระบบบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ชายฝั่ง กลุ่มพันธมิตรซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 18 รายคาดว่าจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 20 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในความพยายามหลาย ๆ ด้านเพื่อสร้างความยั่งยืนตลอดสิบปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากเรือเดินสมุทรลง 50% และจากการจราจรทางทะเลลง 20% ภายในปี 2573

คุณวิกเตอร์ เยียป (Victor Yeap) ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสของบริษัทแพกซ์โอเชียน (PaxOcean) กล่าวว่า “ความพยายามของกลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่งในการสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ชายฝั่งยุคใหม่มีความคืบหน้าตามแผนการ กลุ่มพันธมิตรรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัปในท้องถิ่นของเรา โครงการวิจัยของแอมโพเทคจะช่วยเสริมประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือให้กับเรือพีเอกซ์โอ (PXO) ของเรา และเราจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันต่อไป”

แอมโพเทครับบทเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหม่แก่กลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่ง โดยบริษัทมุ่งหวังที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับเพื่อนสมาชิกอย่างแพกซ์โอเชียน, เอ็มวัน (M1), เจนพลัส (GenPlus) และเอสที เอ็นจิเนียริ่ง (ST Engineering) เพื่อติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเรือพีเอกซ์โอ ซึ่งประกอบด้วยเรือลากจูงพลังงานไฟฟ้า (e-tug) และเรือซัพพลายพลังงานไฟฟ้า (e-supply) ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นกองเรือที่ออกแบบและสร้างในท้องถิ่นกลุ่มแรกและกลุ่มใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์

คุณวิลเลียม เทมเพิล (William Temple) ซีอีโอของแอมโพเทค กล่าวว่า “เทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานของเราได้รับการพิสูจน์แล้วจากการใช้งานบนชายฝั่งในอาคารพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสนำขีดความสามารถเหล่านั้นมาสู่ภาคการเดินเรือร่วมกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อความยั่งยืนของชายฝั่ง เพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

เกี่ยวกับแอมโพเทค

แอมโพเทค (Ampotech Pte Ltd) เป็นบริษัทเทคโนโลยีพลังงานที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนาฮาร์ดแวร์ด้านอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และซอฟต์แวร์ที่ทำงานด้วยเอไอ (AI) เพื่อช่วยธุรกิจต่าง ๆ ในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และผนวกรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในอาคารและเครื่องจักร เพื่อจัดทำรายงานความยั่งยืน การวัดและเปรียบเทียบ การสร้างระบบอัตโนมัติ และการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์และซอฟต์แวร์ของแอมโพเทคเป็นที่ไว้วางใจของผู้นำอุตสาหกรรมในภาคพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์นับพันชิ้นในอาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย และโรงงานอุตสาหกรรม แอมโพเทคได้รับการรับรองว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศระดับชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับรางวัลมากมายจากเทคโนโลยีและผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นในภาคสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ampotech.com

About pawarit

Check Also

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรม EV รุ่นแรก พร้อมเปิดตัวกันยายนนี้ [PR]

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ยังคงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ โดย Torcal รุ่นใหม่ได้สานต่อเรื่องราวในรูปแบบที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ ตั้งแต่กระจังหน้ารูปทรงเพชรแบบลอยตัวที่ดูราวกับอัญมณีไปจนถึงหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลอันล้ำสมัยที่สร้างขึ้นจากงานฝีมืออย่างแท้จริงด้วยความร่วมสมัยในการออกแบบ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์อย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกันผ่านภาษาแห่งงานฝีมือ ความงดงาม และนวัตกรรม

5 เหตุผลที่ ERP องค์กรต้องพร้อม ก่อนก้าวสู่การใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างได้ผล โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

ในช่วงปี 2025 – 2026 ที่ผ่านมา หลายองค์กรในไทยก็ได้เริ่มทดลองโครงการทางด้าน AI กันไปไม่มากก็น้อย แต่มีโครงการเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอุปสรรคส่วนใหญ่ที่ธุรกิจองค์กรพบในการทำโครงการ AI ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ “การขาดความพร้อมของข้อมูลธุรกิจ”