รายงานล่าสุดจากสมาคมเทคโนโลยีการผลิตแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ AMT ระบุยอดสั่งซื้อเครื่องจักรผลิตโลหะในเดือนธันวาคม 2025 พุ่งทะยานแตะ 814.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเดือน ตัวเลขนี้สะท้อนความตื่นตัวของภาคการผลิตที่เร่งลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมยุคใหม่

การเติบโตในช่วงปลายปี 2025 ดำเนินไปอย่างก้าวกระโดด ยอดสั่งซื้อในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นถึง 86.7% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2025 และพุ่งสูงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024
- ยอดสั่งซื้อรวมตลอดปี 2025: ปิดที่ 5.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 22.5%
- กลุ่มเครื่องจักรเชิงพาณิชย์และบริการ: มีอัตราการเติบโตสูงสุด เติบโตขึ้น 121.5%
- กลุ่มโรงงานรับจ้างผลิต: ฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด เติบโตขึ้น 19.1%
- อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน: ขยายตัว 45.1% เป็นผลพวงโดยตรงจากความต้องการเร่งส่งมอบสินค้า ประกอบกับข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเดิมที่ตึงตัว
แม้ภาพรวมมูลค่าการลงทุนจะเติบโตตลอดทั้งปี 2025 แต่หากวิเคราะห์เจาะลึกในแง่ของจำนวนเครื่องจักรกลับพบความผันผวน เดือนมกราคมมียอดสั่งซื้อต่ำสุดของปีที่ 1,544 เครื่อง นอกจากนี้ AMT ยังพบภาวะชะลอตัวเล็กน้อยในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
ภาวะดังกล่าวประเมินว่าเป็นผลกระทบทางจิตวิทยาและการชะลอคำสั่งซื้อระยะสั้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายกำแพงภาษีในเดือนเมษายน 2025 อย่างไรก็ตาม การลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่ในระยะยาวยังคงเดินหน้าตามแผน โดยไม่ได้รับผลกระทบจากความคลุมเครือของนโยบาย
สำหรับปี 2026 AMT คาดการณ์ว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตจะยังคงรักษาการเติบโตในระดับเลขหลักเดียว ประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องจับตาคือ ความพยายามขยายขีดความสามารถด้าน AI จะกลายเป็นตัวเร่งที่ขับเคลื่อนยอดขายเครื่องจักรในกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิตและกระจายกระแสไฟฟ้า
เครื่องจักรที่สั่งซื้อในปี 2025 จะเริ่มทยอยส่งมอบและติดตั้งลงบนพื้นที่ปฏิบัติงานจริงภายในไตรมาสแรกของปี 2026 การเดินเครื่องจักรใหม่เหล่านี้จะกระตุ้นกิจกรรมทางอุตสาหกรรมให้คึกคัก และคาดว่าจะดันยอดการใช้เครื่องมือตัดเฉือนให้เพิ่มขึ้นอีก 5% ภายในปีนี้
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








