IDTechEx ชี้ว่า กำลังการผลิตแบตเตอรี่ Li-ion ทั่วโลกจะเพิ่มถึง 5.4 TWh ภายในปี 2036 แต่การเติบโตของโรงงานขนาดใหญ่ยังไม่คืบ

IDTechEx เปิดเผยผลการวิจัยใหม่ในหัวข้อ “ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 2026-2036: เทคโนโลยี ผู้เล่น การใช้งาน แนวโน้ม และการคาดการณ์” โดยพบประเด็นที่ว่า ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion) ทั่วโลกจะมีมูลค่าเกิน 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2579 หรือคิดเป็น อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 7.0%

ในปี พ.ศ. 2563 มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกเกือบ 500 GWh และจะเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ 5,000 GWh ภายในปี 2579 โดยมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตดังกล่าวมีศูนย์รวมอยู่ในประเทศจีน ทั้งนี้ในปี 2567 จีนครองส่วนแบ่งการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกมากกว่า 75% เนื่องจากมีการพัฒนาโรงงานขนาดใหญ่ (gigafactory) อย่างรวดเร็ว และมีการอุดหนุนจากหน่วยงานภาครัฐ

ผู้ผลิตเซลล์ลิเธียมไอออนรายใหญ่ ได้แก่ CATL, BYD และ Gotion จากจีน, LG Chem และ Samsung SDI จากเกาหลี, Panasonic จากญี่ปุ่น และอื่นๆ โดย Panasonic และ LG Chem มุ่งไปที่ตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปเป็นหลัก ซึ่งในปี 2568 ผู้เล่น 6 อันดับแรกมีส่วนแบ่งยอดขายรวมกันมากกว่า 65% ของยอดขายรวมทั่วโลก และเมื่อย้อนไปดูปี 2567 เพียงแค่ CATL รายเดียวก็มีส่วนแบ่งยอดขายถึง 37% ของยอดขายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วโลก

ในปี 2568 มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วโลกมากกว่า 2,500 GWh อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโรงงานขนาดใหญ่เป็นโครงการที่ต้องใช้เวลาหลายปี ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ประมาณ 50-100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ GWh โดยที่แผนงานและกรอบเวลาของโครงการเหล่านั้นมักล่าช้าและถูกยกเลิกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการตั้งโรงงานที่อยู่นอกประเทศจีน

โดยทั่วไปแล้วการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานที่ชะลอตัวลงนั้น ทำให้ความต้องการน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ส่งผลให้เงินทุนสำหรับการพัฒนาโรงงานขนาดใหญ่มีจำกัด อีกทั้งความตึงเครียดกับจีนยังนำไปสู่ความล่าช้าและถูกยกเลิกแผนการผลิตโรงงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ IDTechEx ได้ติดตามการพัฒนาโรงงานขนาดใหญ่ทั่วโลก และพบเห็นความล่าช้าและถูกยกเลิกไป และหลายกรณีมีความเกี่ยวข้องกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ตัวอย่างเช่น โรงงานของ LG ที่เมือง Lansing สหรัฐอเมริกา ในตอนแรกนั้นมีความตั้งใจร่วมทุนกับ GM Motors และมีแผนที่จะเริ่มการผลิตในปี 2568 แต่เมื่อการร่วมทุนกับ GM ล้มเหลว LG จึงมองหาพันธมิตรรายอื่นเพื่อพัฒนาโรงงานแห่งนี้

ส่วนกรณีของ Gotion ที่ยังประสบปัญหาการขยายโรงงานขนาดใหญ่ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดยมีสาเหตุจากเกิดความขัดแย้งกับชุมชนในท้องถิ่น แม้ว่าโรงงานแห่งนี้จะได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรีท้องถิ่นในตอนแรกแล้วก็ตาม แต่ยังมีความสงสัยเกี่ยวกับความเป็นมาของชาวจีนในบริษัท ทำให้เกิดการต่อสู้ทางกฎหมายและการเมืองในเมือง Big Rapids ส่งผลให้แผนของ Gotion ล่าช้าออกไปอย่างมาก

Northvolt เป็นอีกหนึ่งรายที่แผนดำเนินการโรงงานขนาดใหญ่ต้องล่าช้าออกไป บริษัทล้มละลายและโรงงานหลายแห่งต้องหยุดการผลิต ในขณะที่ Lyten ซึ่งเป็นผู้พัฒนาลิเธียม-ซัลเฟอร์ (Lithium-Sulfur) ได้เข้าซื้อกิจการโรงงานของ Northvolt ในอเมริกาและยุโรป ซึ่งแสดงถึงความล่าช้าในการเปิดตัวการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในทั้งสองภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในอีกทศวรรษหน้า โดยโรงงานขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีสัดส่วนการผลิตรวมทั่วโลกที่สูงกว่า

ที่มา: IDTechEx

About Suphasin Sueklab

Check Also

ISO 27001 vs BSI IT Baseline: ทางแยกหรือทางรอด? สู่สูตรผสมผสานเพื่อเจาะตลาดอุตสาหกรรมความมั่นคง

ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญ หากอุตสาหกรรมของคุณต้องการก้าวเข้าสู่ “ซัพพลายเชนด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” หรือ Critical Infrastructure แค่มีระบบรักษาความปลอดภัยบนหน้ากระดาษ… ไม่พออีกต่อไป! คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าระบบนั้น “ใช้งานได้จริง”

รู้จัก ‘Digital Product Passport’ กฎเหล็กใหม่แห่งยุคความยั่งยืนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องตื่นตัว

“ความโปร่งใส” กำลังกลายเป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้ซื้อความน่าเชื่อถือในโลกอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน… ลองจินตนาการดูว่า หากสินค้าทุกชิ้นมี “บัตรประชาชนดิจิทัล” หรือที่เรียกว่า Digital Product Passport (DPP) ที่คอยเก็บข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงวิธีกำจัดเมื่อหมดอายุการใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยกระดับซัพพลายเชนได้มหาศาลขนาดไหน?