โลกของควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังจะเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายขึ้น ล่าสุดยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Intel ได้ลงนามข้อตกลงเตรียมเข้าซื้อกิจการ Classiq สตาร์ทอัพผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ควอนตัมคอมพิวเตอร์จากอิสราเอล เพื่อนำมาเสริมทัพกับฮาร์ดแวร์ชิปควอนตัมที่บริษัทซุ่มพัฒนามานาน มุ่งหน้าสู่การสร้างแพลตฟอร์มควอนตัมแบบครบวงจร

ปกติแล้วการเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นเรื่องที่ปราบเซียนมาก เพราะนักพัฒนาต้องมานั่งกำหนดการทำงานในระดับย่อยของแต่ละ “คิวบิต (Qubit)” และ “Quantum Gate” ทีละจุด
แต่แพลตฟอร์มของ Classiq จะเข้ามาเปลี่ยนเกมนี้ โดยทำหน้าที่คล้ายกับโปรแกรมออกแบบ CAD ที่ใช้ในวงการผลิตชิปดั้งเดิม ทำให้นักพัฒนาสามารถออกแบบอัลกอริทึมที่ซับซ้อนในภาพรวมได้เลย แล้วปล่อยให้ซอฟต์แวร์จัดการสังเคราะห์วงจรควอนตัมในระดับลึกให้แบบอัตโนมัติ
ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา Intel มุ่งมั่นพัฒนาชิปควอนตัมแบบ ‘Silicon-based Spin Qubits’ ซึ่งมีไม้ตายคือสามารถใช้กระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบดั้งเดิมมาผลิตคิวบิตจำนวนมากได้ การได้ Classiq มาร่วมทีมจึงเปรียบเสมือนการเติมเต็มฝั่งซอฟต์แวร์ เพื่อให้ชิปควอนตัมของ Intel (QPU) สามารถทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเย็นจัด (Cryogenic) และทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
ที่น่าสนใจคือ Intel ยืนยันว่าซอฟต์แวร์ของ Classiq จะยังคงเปิดกว้างให้ใช้งานร่วมกับสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ควอนตัมค่ายอื่นๆ ได้ตามปกติ ไม่ได้ผูกขาดเพื่อใช้งานกับชิปของ Intel แต่เพียงผู้เดียว
แม้เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์จะยังมีโจทย์ใหญ่ระดับโลกให้ต้องแก้ ทั้งเรื่องการเพิ่มจำนวนคิวบิตและการจัดการข้อผิดพลาด แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า Intel เอาจริงกับการเตรียมความพร้อมสู่ยุคควอนตัมเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าดีลการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








