จากเครื่องยนต์เจ็ตสู่ขุมพลัง Data Center และทางรอดวิกฤตพลังงานยุค AI

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อแก้ปัญหานี้ ภาคธุรกิจจึงหันมาพึ่งพา เครื่องยนต์เจ็ต ที่ใช้ในเครื่องบิน โดยนำมาดัดแปลงเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกังหันก๊าซ หรือ Aeroderivative Turbines เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับ Data Center โดยตรง เพื่ออุดช่องโหว่ของซัพพลายเชนพลังงานโลกที่กำลังตึงตัว

แม้ผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง GE Vernova, Siemens Energy และ Mitsubishi Heavy Industries จะครองส่วนแบ่งตลาดกังหันก๊าซถึง 80% แต่ยอดสั่งซื้อที่ล้นหลามทำให้ลูกค้าต้องรอสินค้านานหลายปี สวนทางกับเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ของกลุ่มบิ๊กเทคที่คาดว่าจะทะลุ 7 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026

ดังนั้นการนำเครื่องยนต์อากาศยานมาดัดแปลงจึงเป็นทางออกที่คล่องตัวกว่า โดย FTAI Aviation บริษัทด้านอากาศยาน ระบุว่ากระบวนการดัดแปลงเครื่องยนต์รุ่น CFM56 ซึ่งใช้งานในเครื่องบิน Boeing 737 ให้กลายเป็นกังหันก๊าซ โดยใช้เวลาเพียง 30-45 วันเท่านั้น ตอบสนองความต้องการของ Data Center ได้อย่างรวดเร็ว

การดัดแปลงเครื่องยนต์เจ็ตสู่เพื่อมาใช้งานบนพื้นดิน อาศัยการปรับเปลี่ยนทางวิศวกรรมหลักสองส่วน คือการเปลี่ยนหัวฉีดเชื้อเพลิงให้รองรับก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันเจ็ต และการลดขนาดพัดลมด้านหน้าให้เหมาะกับการปั่นกระแสไฟฟ้า เครื่องยนต์เหล่านี้เมื่อถูกนำมาใช้งานในลักษณะ Peaker หรือเดินเครื่องเฉพาะช่วงความต้องการสูงสุด หรือแบบ Baseload อย่างต่อเนื่องจะลดอัตราการสึกหรอกว่าการใช้งานปกติ

หากมองการใช้งานบนเครื่องบินทั่วไปที่ต้องรับแรงเค้นจากการนำเครื่องขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ชิ้นส่วนเดิมที่มีอยู่จึงสามารถทำงานต่อไปได้อีกหลายปี นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังสามารถอัปเกรดเป็น Combined Cycle โดยเพิ่มกังหันไอน้ำเพื่อดักจับความร้อนทิ้ง ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและตอบโจทย์ ESG ได้อย่างเป็นรูปธรรม

กำลังการผลิตสำรองจากการดัดแปลงนี้มีศักยภาพในการพลิกโฉมตลาด ในแต่ละปีมีเครื่องยนต์เชิงพาณิชย์ปลดระวางราว 1,600 เครื่อง หากนำมาดัดแปลงเพียงหนึ่งในสาม จะสร้างกำลังผลิตเพิ่มได้ถึง 13 กิกะวัตต์ หรือมากกว่า 25% ของกำลังผลิตกังหันก๊าซทั่วโลกที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้แนวทางนี้อาจเข้าไปซ้ำเติมภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมการบินที่ตึงตัวอยู่ก่อนแล้วก็ตาม

ในทางกลับกันหากมองในมิติของอุตสาหกรรมพลังงาน ถือเป็นการลดอำนาจการกำหนดราคาของผู้ผลิตรายใหญ่ และช่วยรักษาสมดุลของอุตสาหกรรมไม่ให้เกิดภาวะ Oversupply ในระยะยาว ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับยุค AI

ที่มา: https://www.wsj.com/business/energy-oil/how-jet-engines-are-powering-data-centers-b1c587a9

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

Hyundai Motor ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์และ AI เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อน Smart Factory

Hyundai Motor Group (HMG) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์เกาหลีใต้ เร่งเครื่องยกระดับสายการผลิตสู่อนาคต ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรภายในแผนก Manufacturing Solutions Division เพื่อขยายการนำหุ่นยนต์มาใช้ใน Smart Factory เต็มรูปแบบ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้นเพียงการขยายปริมาณการผลิต …

เริ่มต้นก้าวแรกในการใช้งาน AI บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ด้วย SAP S/4HANA on Cloud และ SAP SuccessFactors โดย NTT DATA Business Solutions

การมาของ Agentic AI นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงแค่วิธีการทำงาน แต่ธุรกิจองค์กรที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุค Agentic AI ได้นั้นต้องมีวัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ให้ธุรกิจองค์กรกลายเป็น Agentic Enterprise ให้ได้ แล้ว HR ในฐานะของผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมขององค์กรจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? …