วาง Data Strategy สร้าง AI Readiness ให้องค์กร ด้วย SAP Business Data Cloud โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการใช้ AI ในภาคธุรกิจองค์กรจะสร้างผลกระทบเชิงบวกและการเติบโตให้แก่ธุรกิจได้อย่างชัดเจน ทั้งด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการทำงาน, การเพิ่มคุณภาพในการดำเนินงานหลายภาคส่วน, การทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อปลดล็อคทีมงานให้สามารถแสดงศักยภาพในงานที่สำคัญได้มากขึ้น ไปจนถึงการเป็นผู้ช่วยให้กับทุกคนในองค์กรในทุกๆ วัน

อย่างไรก็ดี ธุรกิจองค์กรหลายแห่งเองก็ยังไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็น AI Driven Business ได้ เนื่องจากยังคงขาดความพร้อมในการรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจเพื่อให้ AI นำไปใช้งานได้ จากการที่ข้อมูลแต่ละส่วนของธุรกิจนั้นยังคงกระจัดกระจายอยู่ในแต่ละ Business Application ที่ใช้งาน และขาด Single Source of Truth ในภาพรวมของธุรกิจที่ครบถ้วนนั่นเอง

NTT DATA Business Solutions (Thailand) และ SAP พร้อมช่วยธุรกิจองค์กรตอบโจทย์นี้ ด้วย SAP Business Data Cloud (BDC) ที่สามารถทำหน้าที่เป็น Data Platform กลางสำหรับรวบรวม Single Source of Truth จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย พร้อมให้ Data Analyst, Data Scientist และ AI นำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย, มีประสิทธิภาพ และมั่นคงปลอดภัย

AI สำหรับธุรกิจที่ดี ต้องเรียนรู้จากข้อมูลที่มีทั้ง “คุณภาพ” และ “ปริมาณ”

Credit: SAP

แม้ว่า SAP จะมีการพัฒนาโซลูชันด้าน AI ที่หลากหลายมาให้พร้อมใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น SAP Joule ระบบ AI Agent ผู้ช่วยทำงานอัจฉริยะ หรือ SAP Business AI ระบบ AI Platform สำหรับธุรกิจองค์กรก็ตาม แต่การที่ AI เหล่านี้จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ธุรกิจองค์กรก็ต้องมีการเตรียมองค์ความรู้สำหรับ AI ซึ่งก็คือข้อมูลธุรกิจที่มีความถูกต้องแม่นยำ และจัดเรียงเอาไว้ในรูปแบบที่ AI สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียก่อน

ในการเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปให้ AI ได้เรียนรู้และใช้งานนี้ ข้อมูลธุรกิจที่จัดเตรียมควรจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • เป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ ผ่านการตรวจสอบและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้อง, ความแม่นยำ และความครบถ้วนของข้อมูล
  • มีปริมาณของข้อมูลที่เพียงพอ ผ่านการรวบรวมข้อมูลจาก Data Source ที่ธุรกิจองค์กรมีอยู่อย่างครบถ้วน และมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ หรือมีการส่งข้อมูลใหม่มาอัปเดตในระบบแบบ Real-Time
  • ผสานรวมข้อมูลอยู่ในระบบเดียว เพื่อให้การเข้าถึง, การใช้งาน และการบริหารจัดการข้อมูลเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ใช้งานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบอื่น และรองรับการเพิ่มขยายต่อยอดได้ในอนาคต
  • มีการกำกับดูแลควบคุมการใช้งานข้อมูล ให้ธุรกิจมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของธุรกิจจะไม่รั่วไหลออกไปสู่ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลแต่ละชุด โดยมีการควบคุมป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างครบถ้วน

โจทย์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นสิ่งที่ธุรกิจองค์กรในทุกวันนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ทำให้ธุรกิจทั่วโลกนั้นต่างเร่งวาง Data Strategy หรือกลยุทธ์ด้านข้อมูลกันอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถเปิดรับต่อการนำ AI มาใช้งานได้ในอนาคตนั่นเอง

สร้าง Single Source of Truth ใหม่ให้ธุรกิจ ผสานข้อมูลจาก SAP เข้ากับ Business Application อื่นที่ใช้งาน

Credit: SAP

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญใน Data Strategy ของธุรกิจองค์กรทุกแห่งนั้น ก็คือการมี Single Source of Truth ของธุรกิจที่มีความครอบคลุมให้ได้

ในอดีตนั้น เพียงแค่ระบบ ERP ของ SAP เองก็สามารถเป็น Single Source of Truth ที่เพียงพอต่อการดำเนินงานแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้ที่มี Business Application เกิดขึ้นหลากหลายนอกเหนือจาก ERP และธุรกิจองค์กรก็มีการใช้งาน Business Application เหล่านี้เป็นจำนวนมาก ก็ส่งผลให้นิยามของ Single Source of Truth ที่ธุรกิจองค์กรแต่ละแห่งต้องพิจารณานั้นมีขนาดและความครอบคลุมที่แตกต่างกันออกไป

ในเบื้องต้น การใช้งานเพียงข้อมูลจากระบบ ERP ของ SAP เพื่อให้ AI ได้เรียนรู้และนำไปใช้งานนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นแรกที่ดีสำหรับภาคธุรกิจองค์กรที่ต้องการเริ่มนำ AI ไปใช้งานจริง อย่างไรก็ดี ในระยะยาวนั้น ธุรกิจองค์กรเองก็จะต้องเริ่มพิจารณาถึงการผนวกรวมข้อมูลจาก Data Source อื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้ AI มีองค์ความรู้และมีความสามารถที่ครอบคลุมต่อความต้องการของธุรกิจได้หลากหลายส่วนยิ่งขึ้น

เหตุนี้เองทำให้ธุรกิจองค์กรจำเป็นจะต้องมี Single Source of Truth ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเพียงแค่ระบบ ERP เท่านั้น การมองหา Data Platform ที่จะสามารถตอบโจทย์ในการผสานรวมข้อมูลระหว่าง ERP และ Business Application อื่นๆ ให้ AI นำไปใช้งานได้จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของธุรกิจองค์กรหลายแห่งในเวลานี้

วางรากฐาน Business Data ให้ AI พร้อมนำไปเรียนรู้ใช้งาน ด้วย SAP Business Data Cloud

SAP Business Data Cloud ได้กลายเป็นหนึ่งในโซลูชันที่เหล่าธุรกิจองค์กรซึ่งใช้งาน SAP อยู่แล้ว เลือกใช้งานเป็นอันดับต้นๆ ในการวางระบบ Business Data Platform กลาง ที่รวมเอาข้อมูลธุรกิจจากทั้งโซลูชันต่างๆ ของ SAP มาผสานรวมกับข้อมูลธุรกิจจาก Business Application หรือ Data Source อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ เนื่องจากความง่ายดายในการวางระบบ, การเชื่อมต่อและเข้าถึงข้อมูลจาก SAP ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ รวมถึงความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI ของ SAP ได้อย่างไร้รอยต่อ

โดยรวมแล้วจุดเด่นของ SAP Business Data Cloud ที่น่าสนใจมีดังนี้

1. รวมข้อมูลธุรกิจจาก SAP และ Business Application ที่หลากหลายเข้าด้วยกัน

Credit: SAP

SAP Business Data Cloud คือ Business Data Platform กลางที่สามารถผสานรวมข้อมูลจากทั้งระบบต่างๆ ของ SAP และ Business Application ได้ โดยรองรับการเชื่อมต่อฐานข้อมูลและทำการอัปเดตข้อมูลจากฐานข้อมูลธุรกิจเหล่านั้นเข้ามาสู่ SAP Business Data Cloud โดยอัตโนมัติได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การรวบรวมข้อมูลธุรกิจจากหลาย Data Source ทั้งจากระบบ On-Premises หรือบน Cloud นั้นเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

ในแง่ของการทำความสะอาดข้อมูลและเตรียมข้อมูลก่อนนำไปวิเคราะห์ต่อยอด SAP Business Data Cloud ก็สามารถดำเนินการในส่วนนี้ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลธุรกิจแต่ละชุด เพื่อให้เหล่าผู้วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจนั้นทำความเข้าใจในข้อมูลแต่ละชุดได้อย่างง่ายดายก่อนนำไปใช้งาน

2. จัดทำรายงานธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ผสานข้อมูลธุรกิจจากหลาย Application สู่ Dashboard ที่ต้องการ

Credit: SAP

นอกเหนือจากการรวบรวมข้อมูลแล้ว SAP Business Data Cloud ยังรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจและจัดทำ Dashboard แสดงผลข้อมูลทางธุรกิจได้โดยตรง ทำให้สะดวกต่อการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลธุรกิจที่หลากหลายร่วมกัน และช่วยให้ธุรกิจได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและแนวโน้มในอนาคตของธุรกิจได้อย่างชัดเจน

ภายใน SAP Business Data Cloud เองนี้ ก็จะมี Pre-Built Template ซึ่งเป็นรายงานทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ที่ SAP ได้จัดทำขึ้นมาเป็น Template กลาง สำหรับให้ธุรกิจองค์กรนำไปประยุกต์เริ่มต้นใช้งานได้ทันที และต่อยอดได้ด้วยการผสานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปในการวิเคราะห์ของรายงานเหล่านี้ ทำให้งานวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนา Dashboard นั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ ขององค์กรสามารถเข้าถึงมุมมองใหม่ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจได้ตั้งแต่วันแรก

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจองค์กรเองก็สามารถเปิดให้ Business Analyst, Data Analyst และ Data Scientist เข้าไปใช้งานข้อมูลเหล่านี้ เพื่อจัดทำ Dashboard ทางธุรกิจที่ต้องการ หรือทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Machine Learning Model ที่ต้องการเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย

3. ต่อยอดสู่ AI นำข้อมูลธุรกิจให้ AI เรียนรู้และใช้งาน

Credit: SAP

ด้วยโซลูชัน AI ของ SAP อย่าง SAP Joule และ SAP Business AI การเชื่อมต่อใช้งานข้อมูลภายในระบบ ERP ของ SAP ร่วมกับ SAP Business Data Cloud นั้นสามารถเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ทำให้ผู้บริหารและพนักงานภายในองค์กรนั้น ทำการโต้ตอบกับชุดข้อมูลธุรกิจที่ตนเองมีสิทธิ์เข้าถึงได้ด้วยการแชทกับ AI Agent ที่ชาญฉลาด

SAP Joule นั้นสามารถรับคำสั่งจากผู้ใช้งานที่ต้องการผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ หรือการรายงานผลการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น โดยสามารถออกผลวิเคราะห์รายงานเชิงตัวเลข, เชิงการวิเคราะห์ ไปจนถึงการจัดทำนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกราฟได้อย่างคล่องตัว ช่วยให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น หรือเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาทำงานอื่นของฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล

ในทางกลับกัน SAP Business AI เองก็สามารถตอบโจทย์ในเชิง Operation ให้กับธุรกิจด้วยความชาญฉลาดของ AI ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำรายงานทางด้าน ESG ที่ต้องมีการจับคู่ชุดข้อมูลอย่างซับซ้อนเพื่อออกรายงาน, การดำเนินงานในส่วนต่างๆ โดยอัตโนมัติจากการเรียนรู้ถึงผลการตัดสินใจก่อนหน้าที่เกิดขึ้นในธุรกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าข้อมูลที่ SAP Business AI ใช้ในการเรียนรู้และตอบสนองนี้ ก็คือชุดข้อมูลจากระบบ ERP ของ SAP และ SAP Business Data Cloud นั่นเอง

ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถเริ่มต้นใช้งาน AI ได้อย่างรวดเร็ว ทาง SAP ก็ได้มีการเตรียมชุดของ Intelligent Applications ซึ่งเป็น AI-Powered Application ที่พร้อมใช้งานเอาไว้ เพื่อให้ธุรกิจองค์กรที่ใช้งาน SAP Business Data Cloud สามารถนำไปใช้งานเป็นจุดเริ่มต้นได้ เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจในแง่มุมต่างๆ ด้วย AI ได้ โดยหนึ่งในหมวดหมู่ของ Intelligent Applications ที่มักถูกใช้งานก่อนนั้นก็คือ Finance โดยมีตัวอย่างดังเช่น

  • Planning & Forecasting ระบบ AI สำหรับช่วยวางแผนและทำนายแนวโน้มทางด้าน Demand, Cost, Revenue พร้อมตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในค่าใช้จ่ายและรายรับ

Credit: SAP

  • Optimizing Core Finance ระบบ AI สำหรับตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของใบเสร็จ, เอกสารจ่าย และคลังสินค้า เพื่อทำนายสภาพคล่องของธุรกิจ และติดตามค่าใช้จ่ายกับรายรับของแต่ละโครงการเพื่อหาความผิดปกติ และทำการบันทึกข้อมูลทางการเงินลงบัญชี พร้อมออกรายงานวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจ

Credit: SAP

  • Sustainability Insights & Carbon Accounting ระบบ AI สำหรับตรวจสอบการสร้างคาร์บอนในแต่ละกระบวนการ เพื่อทำรายงานด้าน KPI ความยั่งยืนและการเงิน รวมถึงพัฒนาโมเดลจำลองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อการผลิตคาร์บอน เพื่อให้สามารถวางแผนการลดคาร์บอนได้อย่างมั่นคง

Credit: SAP

4. ควบคุมทุกการเข้าถึงข้อมูล ลดความเสี่ยงข้อมูลธุรกิจรั่วไหล

SAP Business Data Cloud มีความสามารถด้าน Governance, Risk, Control อย่างครอบคลุม ช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลแต่ละชุดได้อย่างทั่วถึง พร้อมการตรวจสอบข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนในแต่ละชุดข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการควบคุมแล้ว SAP Business Data Cloud ยังสามารถช่วยแสดงความสัมพันธ์ของชุดข้อมูลได้ ทำให้สามารถนำปัจจัยนี้มาใช้ช่วยในการออกแบบสิทธิ์ในการเข้าถึงชุดข้อมูลสำหรับผู้บริหารและพนักงานได้อย่างแม่นยำ ให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลได้ตรงตามสิทธิ์และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างสูงสุดด้วย

5. ผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่องค์กรสามารถวัดผลได้จริง

การลงทุนใน SAP Business Data Cloud ไม่ได้เป็นเพียงการวางระบบ Data Platform เท่านั้น แต่คือการยกระดับประสิทธิภาพองค์กรในระดับที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ทั้งในเชิงต้นทุน ความรวดเร็ว และความสามารถในการขับเคลื่อน AI โดยองค์กรสามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ดังนี้

  1. ลดเวลาเตรียมและจัดการข้อมูลลง 30–50%
  2. ลดความซ้ำซ้อนของ Data Pipeline และ Data Mart ที่กระจัดกระจาย
  3. ลดต้นทุนการเชื่อมต่อระบบ (Integration Cost)
  4. เพิ่มความเร็วในการพัฒนาและนำ AI Use Case ไปใช้งานจริง

NTT DATA Business Solutions (Thailand) พร้อมให้บริการ SAP Business Data Cloud แล้ววันนี้

Credit: SAP

NTT DATA Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS พร้อมเป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษาและดำเนินการวางระบบ SAP Business Data Cloud ให้แก่ธุรกิจองค์กรทั่วไทยแล้ววันนี้ ด้วยประสบการณ์ในการทำโซลูชันด้าน Data Analytics และ AI ของ SAP อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น

  • SAP Analytics Cloud โซลูชันระบบ Data Analytics วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมสร้าง Business Dashboard ที่ผู้บริหารและพนักงานสามารถปรับแต่งวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันได้อย่างง่ายดาย
  • SAP Datasphere โซลูชันระบบ Data Fabric ผสานรวมข้อมูลธุรกิจแบบรวมศูนย์ รวบรวมข้อมูลธุรกิจจากหลายแหล่ง, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลธุรกิจเพื่อทำการวิเคราะห์ได้ทั่วทั้งองค์กร
  • SAP Business Warehouse โซลูชัน Data Warehouse ที่ล้ำสมัย จัดรูปแบบของข้อมูลให้สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว
  • SAP Databricks โซลูชันระบบ Data Platform สำหรับการผสานรวมข้อมูลจากหลากหลาย Business Application และ Data Source ได้อย่างยืดหยุ่นไร้รอยต่อ เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล และการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูง
  • Intelligent Applications ระบบ AI-Powered Application พร้อมใช้งานจาก SAP ที่จะทำการเรียนรู้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจ และตอบสนองต่อโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด ตอบสนองผ่าน SAP Joule ได้ทันที
  • AI and ML เทคโนโลยีด้าน AI และ Machine Learning จาก SAP ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับข้อมูลธุรกิจโดยเฉพาะ ช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถเริ่มต้นใช้ AI และ ML ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

NDBS Thailand   มอง Data Strategy เป็น Core Business Transformation เราไม่ได้แค่ติดตั้งระบบ แต่ช่วยวาง Architecture ระยะยาว นอกเหนือจากความชำนาญในเชิงเทคโนโลยีของ SAP แล้ว NDBS ยังมีประสบการณ์ในการวางระบบ SAP ให้แก่ธุรกิจในทุกขนาดทุกอุตสาหกรรม จึงมีทีมงานที่มีความพร้อมในการให้คำปรึกษาและคำแนะนำในแต่ละ Business Domain ครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรมทั่วไทย และสามารถเป็นเพื่อนคู่คิดในการดำเนินกลยุทธ์ Data Strategy ให้ธุรกิจของคุณก้าวสู่การเป็น AI Driven Business ได้อย่างมั่นใจ

About Suphasin Sueklab

Check Also

จาก AI สู่การครองโลกวิศวกรรม: งาน GTC 2026 ชี้ชัด Nvidia แทรกซึมอยู่ทุกที่

งาน GTC 2026 ของ Nvidia ล่าสุด ไม่ได้มีหน้าฉากแค่เรื่องของ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีโชว์ความเหนียวแน่นกับบรรดามิตรแท้ในวงการซอฟต์แวร์วิศวกรรมอีกด้วย

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …