Toyota เทคโอเวอร์ Primearth EV Energy เดินหน้าผลิตแบตเตอรี่ EV เต็มรูปแบบ

Toyota ต้องการเข้าครอบครองบริษัทแบตเตอรี่ Primeearth EV Energy ซึ่งถือหุ้นร่วมกับ Panasonic ทั้งหมด และขยายการผลิตให้ครอบคลุมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% นอกเหนือจากแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริด โดย Toyota ถือหุ้น 80.5% ในบริษัทร่วมทุน Primearth EV Energy (PEVE) ในขณะที่ Panasonic ถือหุ้นที่ 19.5%

Toyota ระบุว่า เหตุผลในการเทคโอเวอร์ครั้งนี้ คือการเสริมขีดความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์จำนวนมาก เพิ่มความยืดหยุ่นต่อความต้องการแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็รับประกันว่าความสามารถในการแข่งขันของการผลิตจำนวนมากจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน

PEVE ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง Toyota และ Panasonic HD ภายใต้ชื่อ Panasonic EV Energy โดยในตอนแรก Panasonic ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 60% ต่อมามีการเพิ่มทุนเกิดขึ้นในปี 2005 โดย Toyota พลิกกลับมาถือหุ้นสัดส่วน 60% แทน ถัดมาในปี 2010 ได้เปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบัน Primeearth EV Energy และมีการเพิ่มทุนกระจายสัดส่วนหุ้นอยู่ที่ 80.5% ถึง 19.5% ปัจจุบัน

นอกจากนี้ โตโยต้ายังถือหุ้นในผู้ผลิตแบตเตอรี่อีกสองราย ได้แก่ Toyota Industries Corporation และ Prime Planet Energy & Solutions โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง Toyota และ Panasonic (51% ถึง 49%) ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการผลิตแบตเตอรี่สำหรับ HEV, PHEV และ BEV

ที่มา : https://www.electrive.com/2024/03/05/toyota-tackles-takeover-of-battery-subsidiary-primearth-ev-energy/

About pawarit

Check Also

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค