IMI เปิดตัวระบบความปลอดภัยใหม่สำหรับล้อรถ

IMI ร่วมกับ Redcat Industries ประกาศเปิดตัว LUG LINX ระบบความปลอดภัยสำหรับล้อรถยนต์ ที่จะเป็นช่องทางเพิ่มความปลอดภัยและให้การดูแลรักษา โดยสามารถบอกการหลุดหลวมของนอตล้อได้ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

LUG LINX ระบบความปลอดภัยสำหรับล้อรถยนต์ ออกแบบมาเพื่อบ่งบอกการเคลื่อนตัวของนอตล้อ และเก็บรักษานอตล้อที่หลวมเอาไว้

LUG LINX เป็นระบบความปลอดภัยสำหรับล้อรถยนต์ที่มีความเรียบง่าย และคุ้มทุน ออกแบบมาเพื่อบ่งบอกการเคลื่อนตัวของนอตล้อ และเก็บรักษานอตล้อที่หลวมเอาไว้ โดย LUG LINX ใช้วิธีการตรวจจับการเคลื่อนตัวของนอตล้อด้วยรูปแบบจุดต่อจุด ซึ่งทำให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจจับนอตล้อที่หลุดหลวมได้ จำเป็นต้องขันใหม่ให้แน่น

นอกจากนี้ LUG LINX ยังช่วยให้การตรวจสอบก่อนและหลังทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ยานพาหนะต่างๆ ยังคงอยู่บนถนน และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในด้านความปลอดภัยสาธารณะ

LUG LINX มีให้เลือกสองแบบ ได้แก่ LUG LINX Standard และ LUG LINX High Temp ทั้งสองแบบทำงานด้วยฟังก์ชันเดียวกันแต่ตอบสนองความต้องการด้านอุณหภูมิที่แตกต่างกัน LUG LINX Standard ละลายที่อุณหภูมิ 120°C (248°F) ในขณะที่ LUG LINX High Temp ออกแบบมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูงถึง 150°C (302°F) ซึ่งความแตกต่างของอุณหภูมิเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้ง รถบัสโรงเรียน การขนส่งขยะ และระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งการหยุด-สตาร์ตรถบ่อยครั้งอาจทำให้ล้อมีอุณหภูมิสูงขึ้น

LUG LINX มีหลายขนาด สามารถตอบสนองความต้องการในการดำเนินงานของกองยานพาหนะต่างๆ อีกทั้งยังติดตั้งง่าย และมีสมรรถนะที่เชื่อถือได้ จึงเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพให้กับยานพาหนะ ทำให้เกิดความไว้วางใจในขั้นตอนการบำรุงรักษา ลดความเสี่ยง และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสำหรับพนักงาน และเมื่อนำไปรวมกับโปรแกรมการบำรุงรักษาล้อที่มีประสิทธิภาพแล้ว LUG LINX จึงเป็นแนวทางการปฏิบัติเชิงรุกและเชิงป้องกัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับล้อยิ่งขึ้น

ที่มา: IMI

About pawarit

Check Also

ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion” พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร [PR]

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ …

การจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก AI [PR]

ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่ 10% …