Infineon จากบริษัทที่แยกตัว (Spin-off) ออกมาจาก Siemens สู่ผู้นำตลาดระดับโลก

Infineon ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ได้ผ่านการพัฒนาที่โดดเด่นนับตั้งแต่แยกตัวออกมาจาก Siemens โดยมีทั้งวิกฤตการณ์ การสร้างสถิติ และการปรับทัพเชิงกลยุทธ์ เราจะพาไปดูเหตุการณ์สำคัญที่น่าสนใจของบริษัทนี้

กำเนิด Infineon และการผจญภัยในตลาดหลักทรัพย์

ย้อนกลับไปในปี 1999 บริษัท Siemens ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมได้ตัดสินใจแยกธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ในชื่อ Infineon เนื่องจากธุรกิจชิปเป็นวงจรที่ต้องใช้เงินทุนสูงและผันผวน การแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จึงถูกมองว่าได้เปรียบกว่า ชื่อ Infineon มาจากการผสมคำภาษาอังกฤษและกรีกที่หมายถึง “นิรันดร์” และ “ยุคสมัย” (infinity และ aeon)

  • ปี 2000: Infineon เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ท่ามกลางกระแสฮือฮา ราคาเสนอขายอยู่ที่ 35 ยูโร และราคาวันแรกพุ่งไปสูงถึงราว 70 ยูโร แต่ไม่นานก็ร่วงลงอย่างรวดเร็ว
  • วิกฤตราคา: ในปี 2009 ราคาหุ้นเคยดิ่งลงไปต่ำสุดที่เพียง 0.44 ยูโร เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับที่สูงกว่า 30 ยูโร อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ของ Infineon ตั้งอยู่ที่ Campeon Park ในเมืองนอยบีเบิร์ก ตั้งแต่ปลายปี 2005 โดยมี Jochen Hanebeck ซึ่งร่วมงานกับบริษัทตั้งแต่ก่อตั้ง (และเคยทำงานให้ Siemens มาก่อนตั้งแต่ปี 1994) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน

ฐานการผลิตหลัก จากอดีตสู่ยุค AI

โรงงานผลิตของ Infineon หลายแห่งมีที่มาตั้งแต่สมัยยังเป็นส่วนหนึ่งของ Siemens เช่นเดียวกับโรงงานที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน:

  • เมืองเดรสเดิน (Dresden): เป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุด ก่อตั้งในปี 1994 และปัจจุบันมีพนักงานกว่า 4,000 คน ที่นี่เป็นศูนย์กลางการผลิตผลิตภัณฑ์บนแผ่นเวเฟอร์ขนาด 200 มม. และ 300 มม. ในปี 2026 จะมีการเปิด “Power Fab” แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างด้วยเงินลงทุนกว่า 4,000 ล้านยูโร เพื่อผลิตชิปสำหรับระบบจ่ายพลังงานในระบบ AI โดยเฉพาะ
  • เมืองวอร์สไตน์ (Warstein): เป็นสถานที่เก่าแก่ ก่อตั้งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 2,000 คน และมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์วิศวกรรมไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานหมุนเวียน เช่น โมดูลพลังงานในระบบโซลาร์เซลล์ กังหันลม ยานยนต์ไฟฟ้า และฮีทปั๊ม

การปรับทิศทางธุรกิจชิปหน่วยความจำ

ในช่วงต้นของการก่อตั้ง ธุรกิจชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) เป็นส่วนสำคัญของ Infineon แต่เส้นทางก็ไม่ราบรื่นนัก

  • ปี 2006: Infineon ได้ตัดสินใจแยกแผนกชิปหน่วยความจำออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่และแยกออกไปอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยมีพนักงานที่ย้ายไปกว่า 12,000 คน

ปัจจุบัน Infineon เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีพนักงานทั่วโลกกว่า 58,000 คน และทำยอดขายเกือบ 15,000 ล้านยูโร ในปี 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

ที่มา: https://www.all-about-industries.com/from-siemens-spin-off-to-global-market-leader-the-milestones-of-infineon-a-5b142ad876ebd8365536689c06afa8f1/

About pawarit

Check Also

Air Liquide รุกเปิดโรงงานผลิต Advanced Materials แห่งแรกในไต้หวัน เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานชิปยุคใหม่

แอร์ ลิควิด (Air Liquide) ผู้นำระดับโลกด้านก๊าซและบริการสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ประกาศเปิดตัวโรงงานผลิต Advanced Materials แห่งใหม่ในเมืองไทจง ไต้หวันอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตวัสดุสำหรับการเคลือบและการกัดกรด (Deposition and Etching) ขนาดใหญ่แห่งแรกของบริษัทในไต้หวัน …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค