ในขณะที่โลกกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตสุขภาพครั้งใหญ่ ล่าสุดความกังวลครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย หลังมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) แล้ว 5 ราย ซึ่งรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ส่งผลให้ต้องมีการกักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 ราย ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

รู้จักไวรัสนิปาห์: ภัยเงียบจากค้างคาว
ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Pathogen) โดยมีค้างคาวกินกล้วยเป็นพาหะหลัก มนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือกินผลไม้ที่ปนเปื้อนน้ำลายและปัสสาวะของค้างคาว ที่สำคัญคือ “สามารถแพร่จากคนสู่คนได้” ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด
- อัตราการเสียชีวิตสูง: อยู่ที่ร้อยละ 40-75 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการระบาดในแต่ละครั้ง
- อาการและการตรวจพบ: เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ไข้, ปวดหัว, ปวดกล้ามเนื้อ) แต่ความน่ากลัวคือเชื้อสามารถทำให้เกิด สมองอักเสบ (Encephalitis) นำไปสู่การชัก โคม่า และเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่สัปดาห์
- ยังไม่มีทางรักษา: ปัจจุบัน “ไม่มีวัคซีนและไม่มียารักษา” ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ การดูแลผู้ป่วยทำได้เพียงประคับประคองตามอาการเท่านั้น
- ประวัติการระบาด: ถูกพบครั้งแรกในปี 1999 ในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่มาเลเซียและสิงคโปร์
แนวทางการป้องกันและการรับมือ:
สำหรับพื้นที่เสี่ยงหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลไม้และปศุสัตว์ (โดยเฉพาะสุกร) WHO แนะนำให้หลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำผลไม้สดที่ไม่ได้ผ่านการต้มสุก หรือผลไม้ที่มีรอยกัดของสัตว์ รวมถึงต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน (PPE) เมื่อต้องสัมผัสกับสัตว์ที่ป่วย
แม้การระบาดในปัจจุบันจะยังอยู่ในวงจำกัด แต่ด้วยอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าโควิด-19 หลายเท่าตัว และระยะฟักตัวที่อาจยาวนานถึง 45 วัน ทำให้ไวรัสลามิกเป็น “ภัยคุกคามระดับสูง” ที่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้ต้องเฝ้าระวังอย่างไม่ประมาท
ที่มา: https://www.independent.co.uk/asia/india/nipah-virus-outbreak-symptoms-signs-india-b2906226.html
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








