Epicor ใช้เวทีงาน Epicor Insights 2026 ประกาศจุดยืนครั้งสำคัญว่า บริษัทจะสิ้นสุดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ สำหรับระบบ Kinetic ในรูปแบบ On-Premises ที่เวอร์ชัน 2028.1 (คาดว่าจะปล่อยในเดือนมกราคม 2028) และจะสิ้นสุดการสนับสนุนเต็มรูปแบบ (Active Support) ในวันที่ 31 ธันวาคม 2029

ยุคของการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ ERP ไว้หลังบ้านโรงงานกำลังจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ในงานสัมมนา Epicor Insights 2026 ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมอย่าง Epicor ได้ส่งสัญญาณชัดเจนในการเบนเข็มสู่ระบบ Cloud แบบเต็มตัว โดยประกาศ ยุติการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับระบบ Kinetic แบบ On-premises ที่เวอร์ชัน 2028.1 การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางของทั้งตลาด เพราะค่ายอื่น ๆ อย่าง SAP, Oracle หรือ Microsoft ต่างก็กำลังเร่งผลักดันลูกค้าขึ้น Cloud เช่นกัน แต่คำถามสำคัญคือ Epicor จะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่ระบบมีความซับซ้อนสูง “ยอมเปิดใจและเชื่อใจ” ที่จะย้ายบ้านครั้งใหญ่นี้
แม้จะไม่ได้เป็นการบังคับปิดระบบแบบสายฟ้าแลบ (การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจะยังมีไปจนถึงสิ้นปี 2029) แต่หลังจากปี 2030 เป็นต้นไป ลูกค้าที่ยังต้องการใช้ระบบ On-premises จะถูกลดระดับการดูแลลง
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและผู้จัดจำหน่ายที่มีการปรับแต่งระบบ (Customize) อย่างหนัก มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และมีสาขาหลายแห่ง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการอัปเดตซอฟต์แวร์ แต่หมายถึงการต้องรื้อแผนงบประมาณ IT และโครงสร้างบุคลากรใหม่ทั้งหมด การตัดสินใจของ Epicor จึงเป็นการลบพื้นที่ตรงกลางทิ้ง และชี้ให้ลูกค้าต้องเลือกทางเดิน
จุดขายสำคัญที่ Epicor นำมางัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคอุตสาหกรรม มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่:
- ความปลอดภัยระดับองค์กร: ปัจจุบันภาคการผลิตตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์สูงมาก ซึ่งโรงงานขนาดกลางแทบไม่มีทรัพยากรพอที่จะจ้างทีม IT ด้านความปลอดภัยระดับสูงมาเฝ้าระบบเอง การย้ายขึ้น Cloud ที่มีทีมรักษาความปลอดภัยเฉพาะทางดูแลให้ 24 ชั่วโมง จึงเป็นการอุดช่องโหว่ที่คุ้มค่า
- AI ที่ตรวจสอบได้ (Governance): ในโลกการผลิตที่ทุกการตัดสินใจส่งผลต่อเม็ดเงินมหาศาล AI ของ Epicor ถูกออกแบบมาให้ต้องมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง บันทึกประวัติที่แก้ไขไม่ได้ และที่สำคัญคือต้องมี “มนุษย์คอยอนุมัติ (Human-in-the-loop)” เสมอ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI สั่งการสะเปะสะปะ
การย้ายฐานข้อมูลขึ้น Cloud (Cloud Migration) แทบจะไม่เคยล้มเหลวเพราะเทคโนโลยี แต่มักจะตกม้าตายเพราะ การบริหารจัดการภายในองค์กร หลายองค์กรมีกระบวนการทำงานที่ไม่เป็นมาตรฐาน พนักงานมีวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (Workarounds) ของตัวเอง รวมถึงมีข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกระจัดกระจาย หากองค์กรย้ายระบบขึ้น Cloud โดยไม่ยอมสะสาง “ความรกรุงรัง” เหล่านี้ก่อน ต่อให้แพลตฟอร์มจะมี AI ที่ฉลาดแค่ไหนก็ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ การย้ายขึ้น Cloud จึงเป็นเสมือน การจัดระเบียบโครงสร้างข้อมูล (Data Architecture) ครั้งใหญ่ขององค์กร
โจทย์ใหญ่ของ Epicor (และผู้ให้บริการ ERP รายอื่นๆ) หลังจบงาน Insights 2026 ไม่ใช่การเอาเส้นตายปี 2028 มาขู่ลูกค้าอีกต่อไป แต่คือการกางหลักฐานให้ดูว่า แพลตฟอร์ม Cloud สามารถเข้ามารองรับความซับซ้อนของระบบเดิมได้จริง ช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ข้อมูลขององค์กรทรงพลังยิ่งขึ้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทรานส์ฟอร์มองค์กรจะสำเร็จได้ ต้องเริ่มต้นจากความ “เชื่อใจ” ว่าระบบใหม่จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจวิ่งได้เร็วกว่าเดิม ไม่ใช่มาสร้างภาระเพิ่มให้กับคนทำงาน
ที่มา: https://erp.today/epicor-insights-2026-cloud-migration-trust-kinetic/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย





