วงการสีและสารเคลือบกำลังจะสั่นสะเทือน เมื่อ Akzo Nobel ผู้ผลิตสีชื่อดังจากเนเธอร์แลนด์ เจ้าของแบรนด์สีทาบ้านอย่าง Dulux ประกาศความตั้งใจที่จะรวมกิจการกับ Axalta ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคลือบยานยนต์จากสหรัฐฯ อดีตแผนกสารเคลือบของ DuPont

การผนึกกำลังครั้งนี้คาดว่าจะสร้างบริษัทขนาดยักษ์ที่มีรายได้ต่อปีรวมกันสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีมูลค่าบริษัท (รวมหนี้สิน) ประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นดีลสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง
แม้แถลงการณ์ร่วมจะใช้คำว่า “การควบรวมกิจการ” แต่เมื่อมองจากมูลค่าตลาดแล้ว Akzo Nobel มีมูลค่าสูงกว่า Axalta อย่างชัดเจน โดย Akzo Nobel มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ Axalta มีมูลค่าราว 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
James Hooper นักวิเคราะห์จาก Bernstein Research จึงมองว่า ดีลนี้ไม่ใช่การควบรวมของบริษัทที่เท่าเทียมกัน แต่เป็นการเข้าซื้อกิจการ (Acquisition) ของบริษัทสหรัฐฯ โดย Akzo Nobel ซึ่งเงินปันผลพิเศษที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้น Akzo Nobel น่าจะเป็นการชดเชยที่บริษัทต้องจ่ายเงินพรีเมียมในการซื้อกิจการที่คำนวณได้ราว 13%
ทั้งสองบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะประหยัดต้นทุนได้อย่างถาวรถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่ง 90% ของยอดประหยัดนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ภายในสามปีแรกหลังจากการควบรวมแล้วเสร็จ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะปิดดีลในช่วงปลายปี 2026 หรือช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
นักวิเคราะห์ Hooper มองเห็นศักยภาพในการประหยัดต้นทุนในส่วนของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), การจัดซื้อจัดจ้าง, และการใช้พื้นที่โรงงาน เนื่องจากวัตถุดิบหลายชนิดสามารถใช้ได้ทั้งสีเคลือบยานยนต์และสารเคลือบประเภทอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยยังคงมีอยู่เกี่ยวกับเป้าหมายการประหยัดในส่วนของการขายและการบริหารจัดการ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าแผนการประหยัดค่าใช้จ่ายที่บริษัทดำเนินการอยู่ก่อนหน้านี้ได้ถูกนำมาคำนวณรวมในตัวเลขนี้แล้วหรือไม่
ย้อนกลับไปในปี 2017 ทั้งสองบริษัทเคยมีความสนใจที่จะควบรวมกิจการกันมาแล้ว แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเงื่อนไขได้ และในฤดูใบไม้ผลิปี 2025 Akzo Nobel ก็ตกเป็นข่าวว่าสนใจแผนกสารเคลือบของ BASF ก่อนที่ BASF จะขายธุรกิจนั้นให้กับบริษัทเอกชน Carlyle ในเวลาต่อมา
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






