ผู้ประกอบการโลจิสติกส์จากเอเชียกำลังเช่าคลังสินค้าในสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การค้าโลก และการผลิต

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
- อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน: การเติบโตของร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องการคลังสินค้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น
- ความไม่แน่นอนทางการค้า: ภาษีนำเข้าที่อาจเกิดขึ้น ทำให้บริษัทเอเชียต้องการเก็บสินค้าในสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยง
- ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน: บริษัทโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PLs) จากเอเชีย มีความเชี่ยวชาญในการจัดการความซับซ้อนนี้ และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
- ข้อได้เปรียบจาก de minimis: กฎหมายที่อนุญาตให้สินค้ามูลค่าต่ำส่งตรงจากเอเชียไปยังสหรัฐฯ ได้ ทำให้การมีคลังสินค้าในสหรัฐฯ ช่วยให้การจัดส่งรวดเร็วขึ้น
ผลกระทบ?
- 3PLs กลายเป็นผู้เช่าคลังสินค้าหลักในสหรัฐฯ
- แม้ตลาดคลังสินค้าโดยรวมจะชะลอตัว แต่การเช่าจากบริษัทเอเชียเป็นทางสว่างที่สุดในปัจจุบัน
- บริษัทเหล่านี้ช่วยให้การส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภครวดเร็วขึ้น และจัดการสินค้าคืนได้มีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ต้องจับตา?
- ผลกระทบของนโยบายการค้าใหม่ ๆ ต่อการเช่าคลังสินค้า
- การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานและการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
บริษัทโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PLs) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดเก็บ บรรจุ และขนส่งสินค้าให้กับร้านค้าออนไลน์และธุรกิจอื่น ๆ กำลังขยายฐานการดำเนินงานในสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก Cushman & Wakefield ระบุว่า การเช่าคลังสินค้าโดยบริษัทโลจิสติกส์จากเอเชียในตลาดสำคัญของสหรัฐฯ เช่น นิวเจอร์ซีย์และลอสแอนเจลิส เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปี 2023 แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเจ้าของคลังสินค้าจะเห็นความต้องการเช่าลดลงหลังจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์อย่างรวดเร็ว
รายงานจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ CBRE Group ในเดือนมิถุนายน 2024 ระบุว่า การเช่าคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของบริษัทจากเอเชียที่ต้องการใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ถือเป็นจุดสว่างสำหรับอุตสาหกรรมนี้
บริษัท Prologis ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ ระบุว่า บริษัทอีคอมเมิร์ซและผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากจีนคิดเป็นประมาณ 20% ของสัญญาเช่าคลังสินค้าใหม่ในสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2024