หุ้น BYD เพิ่มขึ้น 5.4% ในสหรัฐอเมริกา หลังกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 410%

BYD เป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของจีน ล่าสุดหุ้นที่ซื้อขายกันในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 5.4% หลังจากที่บริษัทมีกำไรในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 410% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

เนื่องจากผู้บริโภคหลักในประเทศจีนแห่กันไปซื้อ EV ทำให้กลายเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ BYD ยังมีความพยายามอย่างมากที่จะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ

  • กำไรสุทธิของ BYD ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 พุ่งขึ้นเป็น 4,130 ล้านหยวนหรือเกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • เมื่อเทียบกับปี 2022 ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2022 ในเวลาเดียวกัน BYD มีกำไรอยู่ 808 ล้านหยวนเท่านั้น
  • ยอดขายปี 2023 ของ BYD เพิ่มขึ้นเกือบ 80% เป็น 120,200 ล้านหยวนจาก 66,800 ล้านหยวนในปีที่แล้ว
  • BYD ขายรถยนต์ EV ได้ 552,076 คันในไตรมาสแรกของปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 93% จากปีก่อนหน้า

ปัจจุบัน BYD กลายเป็นคู่แข่งกับ Tesla ในฐานะผู้ผลิต EV รายใหญ่ที่สุดของโลก มูลค่าตลาดปัจจุบันของ BYD อยู่ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในฮ่องกง ซึ่งเป็นรายการหลัก ซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า GM และ Ford รวมกัน

ธุรกิจโดยรวมของ BYD นั้นมีความหลากหลายมากกว่าคู่แข่งของ EV ซึ่งยังมีการผลิตส่วนประกอบโทรศัพท์มือถือ เซมิคอนดักเตอร์ และเซลล์แสงอาทิตย์ โดย BYD อยู่ในอันดับที่ 579 ในการจัดอันดับ Forbes Global 2000 ของบริษัทมหาชนชั้นนำของโลกในปี 2022

ที่มา : https://www.forbes.com/sites/russellflannery/2023/04/27/byd-shares-gain-5-in-us-after-surge-in-1st-quarter-profit/

About pawarit

Check Also

ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion” พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร [PR]

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ …

การจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก AI [PR]

ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่ 10% …