Nvidia กำลังเผชิญหน้ากับมาตรการตอบโต้ครั้งสำคัญจากรัฐบาลจีน ท่ามกลางความตึงเครียดของ “สงครามชิป” ระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยรัฐบาลจีนได้เปิดการสอบสวน Nvidia อย่างเป็นทางการในข้อหา ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ของประเทศ

การสอบสวนครั้งนี้ถูกประกาศเมื่อกลางเดือนกันยายน 2025 โดยสำนักบริหารกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ (SAMR) ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า จีนกำลังเปลี่ยนนโยบายไปสู่การใช้ มาตรการตอบโต้ที่เป็นรูปธรรม ต่อบริษัทสหรัฐฯ หลังจากการเรียกร้องให้วอชิงตันผ่อนปรนมานาน
รื้อคดีเก่า 5 ปี โยงดีล “Mellanox” ปี 2019
SAMR ได้นำคดีที่หลายฝ่ายคิดว่าถูกพับเก็บไปแล้วกลับมาพิจารณา โดยพุ่งเป้าไปที่การเข้าซื้อกิจการบริษัท Mellanox Technologies ของอิสราเอลโดย Nvidia เมื่อปี 2019 ซึ่ง SAMR เคยอนุมัติการซื้อขายโดยมีเงื่อนไขว่า Nvidia จะต้องนำเสนอ GPU ประสิทธิภาพสูงของตนในตลาดจีนต่อไป
SAMR กล่าวหาว่า Nvidia อาจละเมิดเงื่อนไขนี้ และด้วยการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามไม่ให้ Nvidia จัดส่งชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดหลายรุ่นไปยังจีน ทำให้ SAMR ออกแถลงการณ์กล่าวหาว่า Nvidia “ได้ระงับการจัดส่ง GPU Accelerator หลายรายการไปยังตลาดจีนซ้ำ ๆ โดยอ้างการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิอันชอบธรรมของบริษัทจีน”
แม้รัฐบาลและสื่อของจีนจะพยายามนำเสนอว่าการสอบสวนนี้เป็นไปตาม “กิจวัตร” และ “ผลจากกฎหมายของประเทศ” แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ประเด็นที่แท้จริงไม่ใช่เรื่อง Mellanox แต่เป็นการขู่ตอบโต้ที่เป็นรูปธรรมที่สุด ต่อการคว่ำบาตรและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่สหรัฐฯ ดำเนินการมานานหลายปี
สัญญาณเตือนที่รุนแรงที่สุด แต่ยังไม่ถึงขั้น “แบน”
ผู้สังเกตการณ์ในกรุงปักกิ่งระบุว่า แม้ตอนนี้ Nvidia ยังไม่ถูกขู่ห้ามทำธุรกิจในจีน ซึ่งต่างจากกรณีของ Huawei แต่การสอบสวนครั้งนี้ถือเป็น “การเตือนที่รุนแรงที่สุด ที่มุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ
สาเหตุที่จีนยังไม่แบน Nvidia เป็นเพราะ GPU ของบริษัทยังคงเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วนในประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลและบูม AI หากท้ายที่สุดจีนตัดสินว่า Nvidia ละเมิดกฎหมายผูกขาดจริง อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในการขายโซลูชันเครือข่ายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับลูกค้าศูนย์ข้อมูลในจีน
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








