ใคร ๆ ก็รู้ว่า “ชิป” (Semiconductor) คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีในยุคนี้ ล่าสุดมีผลวิจัยจากสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและดิจิทัลของเยอรมนี (ZVEI) ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจมาก…ว่า ทวีปยุโรปกำลังจะมีความต้องการใช้ชิปเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และนี่คือสัญญาณเตือนให้ยุโรปต้องรีบตื่นตัว

ดีมานด์พุ่งปรี๊ด… มาจากไหน?
ผลการศึกษาชี้ว่า ภายในปี 2040 ความต้องการใช้ชิปในยุโรปจะ เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และถ้าเจาะลึกเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตในยุโรปเอง ความต้องการจะพุ่งสูงถึง 2.4 เท่า เลยทีเดียว
ตัวขับเคลื่อนหลัก มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน หุ่นยนต์ และยังได้แรงหนุนจากเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังโตระเบิด อย่าง Industrial AI (AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม) และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
แผนตั้งรับ: ปั้นจุดแข็ง เสริมจุดอ่อน
เพื่อไม่ให้ตกรถไฟขบวนนี้ ยุโรปต้องเปลี่ยนความต้องการมหาศาลให้กลายเป็นความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ:
- ลุยของที่ถนัด: ยุโรปมีของดีในมืออยู่แล้ว เช่น เซนเซอร์ ชิปควบคุมพลังงาน (Power Electronics) และไมโครคอนโทรลเลอร์ สิ่งที่ต้องทำคือเร่งขยายการผลิตเพื่อเจาะตลาดใหม่ ๆ
- อุดรอยรั่วเรื่อง AI: ตอนนี้ยุโรปยังต้องพึ่งพาชิป AI และหน่วยความจำจากที่อื่นเยอะ แผนคือจะเริ่มจากการดันธุรกิจออกแบบชิปและแพ็กเกจจิ้งก่อน (เพราะสร้างมูลค่าสูงและใช้ทุนน้อยกว่า) แล้วค่อย ๆ ขยับไปสร้างโรงงานผลิตชิปขนาดเล็กขั้นสูงในระยะยาว
อุปสรรคชิ้นโต: “แพง” และ “ช้า”
ถึงแผนจะดูดี แต่ยุโรปยังมีจุดอ่อนที่ทำให้สู้ฝั่งเอเชียได้ยาก:
- ต้นทุนสุดโหด: การผลิตต้นน้ำในเยอรมนีแพงกว่าเอเชียถึง 15-30% ทางแก้คือต้องหาทางลดค่าไฟ ใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วย และรัฐบาลต้องอัดฉีดเงินอุดหนุนรวมถึงมาตรการทางภาษี
- ขั้นตอนอืดอาด: กว่าจะตั้งโรงงานผลิตได้ในยุโรป ต้องใช้เวลาปาเข้าไป 34 เดือน (เทียบกับไต้หวันที่ใช้แค่ 19 เดือน) แถมการอนุมัติเงินทุนยังใช้เวลา 1-2 ปี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่าควรหั่นเวลาอนุมัติให้เหลือแค่ 6-9 เดือนเท่านั้น!
แม้ยุโรปจะมีความน่าสนใจตรงโครงสร้างพื้นฐานแน่นปึ้ก การเมืองนิ่ง และกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าอยากกลับมาทวงบัลลังก์ในสมรภูมิไมโครอิเล็กทรอนิกส์โลก การแก้ปัญหาเรื่อง “ความล่าช้า” และ “ต้นทุน” คือโจทย์ด่วนที่ต้องรีบจัดการ
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






