i-Tail ปรับทัพสู่ Tech-Driven Manufacturing หวังปี 2026 ดันรายได้นวัตกรรมแตะ 15% ชู R&D และโรงงานอัจฉริยะ หนุนเทรนด์ Pet Longevity

บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ให้ถึง 15% ของรายได้รวมภายในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคการผลิตไทยที่ก้าวข้ามจากการเป็น OEM แบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ร่วมคิดค้นที่ใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์นำหน้า

ITC ได้วางโรดแมปการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ Collaboration, Longevity และ Palatability ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคำศัพท์ทางการตลาด แต่คือการปรับกระบวนการทำงานครั้งใหญ่ประกอบด้วย

Advancing Innovation Through Open Collaboration: ITC เลิกยึดติดกับการวิจัยแบบปิด แต่หันมาใช้โมเดล Open Collaboration โดยทำงานร่วมกับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ รวมถึงการผนึกกำลังกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ และศูนย์นวัตกรรมในเครือไทยยูเนี่ยนอย่าง Global PetCare Innovation Center และ Global Innovation Center

Pet Food Journey Toward Longevity: ตอบรับเมกะเทรนด์โลกที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมองหาอาหารกลุ่มโภชนบำบัดซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 8.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 ITC จึงมุ่งพัฒนา Functional Food และขยายไปสู่ Personalized Diets ภายในปี 2030

Science-Backed Innovation with Proven Palatability: การใช้วิทยาศาสตร์ขับเคลื่อนนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการทดสอบความน่ากินที่พิสูจน์ผลได้จริง

จัดตั้ง i-Cattery พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์

ในมุมมองของการจัดการกระบวนการผลิตและวิศวกรรม ความท้าทายใหญ่ของการพัฒนาสินค้าใหม่ คือระยะเวลา ITC ได้แก้ปัญหานี้ด้วยการจัดตั้ง i-Cattery หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

i-Cattery ทำหน้าที่เป็นมากกว่าห้องทดลอง แต่เป็น Data Center ที่รวบรวมข้อมูลความชอบและพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงผ่าน แมวนักชิม ผลลัพธ์ในเชิงประสิทธิภาพการผลิตดังนี้

  • เร่งกระบวนการพัฒนาสูตร: สามารถลดระยะเวลาในการคิดค้นและพัฒนาสูตรอาหารได้เร็วขึ้นถึง 3 เท่า
  • Fast Reporting: ระบบการทดสอบและรายงานผลที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจและการปรับปรุงสายการผลิตทำได้รวดเร็วขึ้น
  • Scale of Testing: ระหว่างปี 2566-2568 สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์ได้กว่า 795 รายการ ให้กับแบรนด์ชั้นนำกว่า 20 แบรนด์

อีกหนึ่งจุดแข็งของ ITC คือความสามารถในการบริหารจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ โดยใช้ความเชี่ยวชาญจากไทยยูเนี่ยนมาพัฒนา Functional Ingredients ภายในโรงงานเอง ตัวอย่างเช่น โปรตีนไฮโดรไลเซต โปรตีนโมเลกุลเล็กที่ผ่านกระบวนการย่อยสลาย เพื่อการดูดซึมที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงภูมิแพ้ กับ น้ำมันทูน่าและแคลเซียมจากกระดูกปลา ที่นำวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมทูน่ามาสร้างมูลค่าเพิ่มตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

สรุปประเด็นสำคัญจากการแถลงแผนธุรกิจ Honda ปี 2026 [PR]

นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร (Global CEO) บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของฮอนด้า ในการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์และทิศทางธุรกิจของฮอนด้าในอนาคต โดยมีข้อสรุปประเด็นสำคัญ 5 …

ชิเซโด้ (Shiseido) ปรับทัพอุตสาหกรรม! เตรียมปิดโรงงานไต้หวัน ดึงฐานการผลิตกลับญี่ปุ่น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตามองในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต เมื่อแบรนด์ความงามยักษ์ใหญ่อย่าง Shiseido ประกาศแผนเตรียมปิดตัวโรงงาน Hsinchu ในไต้หวัน เพื่อย้ายฐานการผลิตทั้งหมดกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับโครงสร้างการดำเนินงานทั่วโลกให้กระชับและคล่องตัวยิ่งขึ้น