เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nvidia ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการคว่ำบาตรชิปต่อจีนของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ส่วนแบ่งการตลาด AI ชิปของบริษัทในจีนดิ่งลงอย่างรุนแรงจาก 95% เหลือ 0%

ตลาดจีนหายวับ! “95% เหลือ 0%”
Nvidia เคยเป็นผู้นำตลาดชิป AI ในประเทศจีน จนกระทั่งเกิดสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
- จุดเริ่มต้น: รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มสั่งห้ามการส่งออกชิป AI ขั้นสูงของ Nvidia เช่น H100 ไปยังประเทศจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022
- ความพยายามที่ล้มเหลว: Nvidia พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการพัฒนาชิปที่ลดประสิทธิภาพลง (เช่น H20) เพื่อให้สามารถขายในจีนได้ แต่ก็ยังคงเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
- คำพูดของซีอีโอ: ในงานอีเวนต์ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดย เจนเซ่น หวง กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ส่วนแบ่งการตลาดของเราลดลงอย่างรุนแรงจาก 95% เหลือ 0% ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ไม่สามารถยอมรับได้ ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า ผู้มีอำนาจตัดสินใจคนใดจะมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่ดี”
จีนตอบโต้: บังคับใช้ชิปในประเทศ
ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้สั่งห้ามบริษัทเทคโนโลยีในประเทศไม่ให้ซื้อชิปจาก Nvidia อีกต่อไป ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ามีแรงจูงใจหลายประการ:
- จีนไม่ต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศต้องยอมรับชิป AI ที่ถูกจำกัดประสิทธิภาพ
- จีนไม่ต้องการถูกสหรัฐฯ ใช้ชิป AI เป็นเครื่องมือในการต่อรองอีกต่อไป การแบนชิป Nvidia ทำให้สหรัฐฯ สูญเสียอำนาจต่อรองที่สำคัญในสงครามการค้าและเทคโนโลยี
ผลจากการแบนนี้ ทำให้ผู้ผลิตในประเทศจีนต้องเร่งผลิตชิป AI ของตนเองเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น Huawei ได้ประกาศแผนงานสำหรับชิป AI ของตนเอง และ Cambricon สตาร์ทอัพชิปสัญชาติจีน มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 14 เท่าในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 นี้
เจนเซ่น หวง ซึ่งเป็นผู้อพยพชาวไต้หวันและเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ได้แสดงความอัดอั้นตันใจที่ต้องเห็นธุรกิจที่สร้างมากับมือล่มสลาย โดยระบุว่านโยบายเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับสหรัฐฯ เอง
“ก่อนที่เราจะใช้มาตรการที่ทำร้ายผู้อื่น เราควรจะก้าวถอยหลังและอาจคิดถึงนโยบายใดที่ช่วยสหรัฐฯ” เจนเซ่น หวง กล่าว
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






