UPS ปูพรมใช้ RFID ในสาขากว่า 5,500 แห่ง ยกระดับการติดตามพัสดุ พร้อมลดต้นทุนด้วย Automation

UPS ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งระดับโลก เดินหน้ากลยุทธ์สำคัญภายใต้โครงการ Smart Package Smart Facility ด้วยการขยายการใช้งานเทคโนโลยี RFID ไปยังจุดรับส่งพัสดุ หรือ UPS Store กว่า 5,500 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความโปร่งใสในกระบวนการต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น

Carol Tomé CEO ของ UPS แจ้งว่า ปัจจุบัน UPS Store มีการประมวลผลพัสดุด้วยระบบ RFID สูงถึง 1.3 ล้านชิ้นต่อวัน การติดฉลาก RFID ตั้งแต่ต้นทางช่วยสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และผู้ค้าปลีกต้องการอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกันลูกค้าระดับ Enterprise ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้มาก เพราะช่วยให้พวกเขามองเห็นสถานะสินค้าขาเข้าได้อย่างชัดเจนว่าจะมีสินค้าเข้าสู่คลังเมื่อใด ทำให้สามารถบริหารจัดการกำลังคนหน้าท่าเรือ และวางแผนการนำสินค้าเข้าคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากการติด RFID ที่สาขาแล้ว UPS ยังได้ติดตั้งเครื่องอ่าน RFID ในรถส่งพัสดุทั่วสหรัฐฯ ในสัดส่วน 66% จากทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยในปี 2024 ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ เช่น ลดภาระงาน เพราะการใช้ RFID ในยานพาหนะช่วยลดการสแกนพัสดุด้วยมือได้ถึง 12 ล้านครั้ง/วัน เป็นต้น

และเพื่อรับมือกับปริมาณงานที่ลดลงจากลูกค้ารายใหญ่อย่าง Amazon ทาง UPS ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนปริมาณพัสดุที่ผ่านกระบวนการในโรงงานอัตโนมัติ จาก 66.5% ในปี 2025 ให้เป็น 68% ในปีนี้ โดยปัจจุบัน UPS มีอาคารปฏิบัติการที่เป็นระบบอัตโนมัติ 127 แห่ง และมีแผนจะเพิ่มอีก 24 แห่งภายในปี 2026 โดยสถิติชี้ว่า ต้นทุนต่อชิ้นในอาคารระบบอัตโนมัตินั้นต่ำกว่าอาคารแบบดั้งเดิมถึง 28%

ที่มา: https://www.supplychaindive.com/news/ups-store-rfid-labeling-tag-smart-package/811117/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

ญี่ปุ่นส่งโดรนกระดาษลังลงสมรภูมิรบ สะท้อนจุดเปลี่ยนสายการผลิตอากาศยานยุคใหม่ด้วยต้นทุนต่ำ

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ประกาศนำโดรนกระดาษลังแบบใช้แล้วทิ้งที่พัฒนาโดย AirKamuy บริษัทสตาร์ตอัปจากญี่ปุ่น เข้ามาใช้งานในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล ส่งสัญญาณถึงอุตสาหกรรมการผลิตและวิศวกรรมทั่วโลกที่ต้องหันมาทบทวนกระบวนการออกแบบและโครงสร้างซัพพลายเชน เพราะโดรนรุ่น AirKamuy 150 นั้นใช้กระดาษลูกฟูกเคลือบสารกันน้ำเป็นโครงสร้างหลัก แทนที่จะใช้วัสดุพลาสติก หรือโลหะน้ำหนักเบาเหมือนในอดีต

Kao และ Ajinomoto รุกตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ รับดีมานด์ชิป AI โตกระโดด

ความต้องการชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่พุ่งทะยานตามกระแส Generative AI ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมแค่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยตรง แต่ยังดึงดูดผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Kao และ Ajinomoto ให้ตบเท้าเข้าสู่สมรภูมิการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ ด้วยการนำความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากอุตสาหกรรมเดิมมาต่อยอดสู่ธุรกิจ B2B เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่