เจาะลึกวิสัยทัศน์ Vertiv ในยุคที่ AI และ Data Center พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานไอทีไทย

ยุคดิจิทัลในปัจจุบันกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ การประกาศลงทุนตั้ง Data Center ระดับ Hyperscale ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft และ Amazon ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจัยหลักที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้คือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม โดยเฉพาะศักยภาพด้านเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกและ 5G ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้าของไทยยังถือว่ามีเสถียรภาพและมีกำลังการผลิตสำรองที่เพียงพอต่อความต้องการของ Data Center ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำมหาศาล

แต่ทั้งหมดนี้จะขาดกระแสไฟที่บริสุทธ์ และเครื่องสำรองไฟคุณภาพสูงก็คงไม่ได้ ManuTalkThai มีโอกาสพูดคุยเรื่องนี้กับ คุณชาญกิจ แสงกิตติไพบูลย์ Director Sales Management และ Country Head ของ Vertiv Thailand เจ้าของผลิตภัณฑ์โซลูชันและบริการที่ครอบคลุมด้านพลังงาน ระบบความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานไอที เพื่อทราบถึงโอกาสธุรกิจ พร้อมชี้แนะแนวทางที่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องเตรียมความพร้อมดังนี้

Edge AI: เมื่อทุกองค์กรต้องมีศูนย์ข้อมูลเป็นของตัวเอง

แนวโน้มการนำ AI มาใช้งานไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ใน Data Center ของผู้ให้บริการคลาวด์เท่านั้น แต่กำลังขยายตัวเข้าสู่ระดับองค์กรอย่างรวดเร็วทั้งรูปแบบ Enterprise AI และ Edge AI ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร โรงพยาบาล หรือโรงงานอุตสาหกรรม ต่างเริ่มติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และระบบประมวลผลภายในพื้นที่ของตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • กลุ่มโรงพยาบาล: เครื่องมือทางการแพทย์ยุคใหม่ เช่น เครื่อง CT Scan และ MRI รวมถึงระบบสั่งจ่ายยาอัตโนมัติ ล้วนพึ่งพาระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เหล่านี้ต้องการกระแสไฟฟ้าที่เสถียรและห้ามเกิดไฟตกหรือไฟดับในขณะปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโดยเด็ดขาด
  • กลุ่มธนาคารและธุรกิจบริการ: การบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าที่มีเป็นล้านรายผ่านระบบ CRM ไม่สามารถใช้เพียงพนักงานคอลเซ็นเตอร์แบบเดิมได้อีกต่อไป ธุรกิจต้องใช้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งระบบเหล่านี้ต้องทำงานแบบ Always On
  • กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม: โรงงานสมัยใหม่เริ่มใช้แรงงานคนลดลง และหันมาใช้ระบบอัตโนมัติ รวมถึงซอฟต์แวร์ในการควบคุมสายการผลิต ทำให้ภายในโรงงานต้องมีการสร้างห้อง Data Center ขนาดย่อมเพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้

ความท้าทายเรื่องพลังงานและการระบายความร้อนของ AI

เมื่อระบบไอทีมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ความท้าทายที่ตามมาคือเรื่องของการใช้พลังงาน และการระบายความร้อนในอดีตตู้แร็คสำหรับเก็บเซิร์ฟเวอร์ใน Data Center อาจใช้พลังงานเพียง 2-3 กิโลวัตต์ต่อตู้ แต่ปัจจุบันเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่มีความหนาแน่นสูงมาก ทำให้ตู้แร็คหนึ่งตู้ต้องการพลังงานขั้นต่ำถึง 10 กิโลวัตต์

เมื่อมีการใช้พลังงานสูง ความร้อนที่แผ่ออกมาก็มหาศาลตามไปด้วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มีข้อกำหนดว่าอุณหภูมิไม่ควรเกิน 30-40 องศาเซลเซียส หากร้อนกว่านี้ประสิทธิภาพการทำงานจะลดลงทันที สำหรับชิปประมวลผล AI ขั้นสูงอย่างเช่น NVIDIA รุ่น GB300 การระบายความร้อนด้วยระบบปรับอากาศ หรือ Air Cooling แบบดั้งเดิมจึงไม่เพียงพอ และต้องเปลี่ยนไปใช้ของเหลวในการระบายความร้อน หรือ Liquid Cooling แทน

เพื่อตอบรับเทรนด์นี้ Vertiv ได้พัฒนาระบบ Coolant Distribution Unit (CDU) ซึ่งทำหน้าที่รับน้ำจากระบบชิลเลอร์ของอาคาร และกระจายของเหลว เช่น น้ำยา PG25 เข้าไปหล่อเย็นที่ฮีตซิงก์ของ CPU โดยตรง โดยระบบของเหลวนี้ทำงานแบบหมุนเวียนปิด นำความร้อนออกไประบายทิ้งด้านนอกแล้ววนกลับเข้ามาใหม่โดยไม่มีการสูญเสีย

ขณะเดียวกันการใช้น้ำหรือของเหลวช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการใช้น้ำยาทำความเย็นแบบดั้งเดิมที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ที่สำคัญ Vertiv ในฐานะโกลบอลพาร์ทเนอร์ของ NVIDIA ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบระบายความร้อนรองรับชิปสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เปิดตัว Vertiv PowerUPS 6000 Industrial พลังงานสำรองเกรดอุตสาหกรรม

สภาพแวดล้อมการทำงานในภาคอุตสาหกรรมนั้นแตกต่างจากออฟฟิศทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ความชื้น และกระแสไฟฟ้าที่ไม่เสถียร ล่าสุด Vertiv ได้ประกาศเปิดตัว Vertiv PowerUPS 6000 Industrial ระบบเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือ UPS ที่ถูกวิศวกรรมมาเพื่อตลาดเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง น้ำมันและก๊าซ ไปจนถึงกลุ่มอาหารและยา

โซลูชันนี้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา Pain Point ของโรงงานได้อย่างตรงจุด ด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ทนทานต่อสภาพแวดล้อมเลวร้าย: ตัวเครื่องผ่านการรับรองมาตรฐาน Ingress Protection ระดับ IP42 ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กและหยดน้ำได้เหนือกว่า UPS ทั่วไป ซึ่งมักอยู่ที่ IP21 รวมทั้งยังสามารถทำงานได้ในสภาพอุณหภูมิแวดล้อมที่สูงถึง 50 องศาเซลเซียส
  • รับมือความผันผวนของไฟฟ้าขั้นสุด: โรงงานอุตสาหกรรมมักประสบปัญหาไฟกระชากเมื่อเริ่มเดินเครื่องจักรขนาดใหญ่ UPS รุ่นนี้รองรับช่วงแรงดันไฟฟ้าขาเข้าที่กว้างมาก ตั้งแต่ -40% จนถึง +25% หากไฟตกลงมาเหลือเพียง 200 กว่าโวลต์จาก 400 โวลต์ เครื่องก็ยังสามารถทำงานปรับคลื่นไฟฟ้าให้เสถียรได้โดยไม่ต้องสลับไปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่บ่อยครั้ง
  • ปกป้องระบบควบคุมสายการผลิต: ช่วยรักษาเสถียรภาพการจ่ายไฟให้กับระบบควบคุมอัตโนมัติ เช่น PLC, ระบบ SCADA และอุปกรณ์เครือข่ายอุตสาหกรรม เพื่อให้การผลิตดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
  • ประหยัดพื้นที่และพลังงาน: การออกแบบตู้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด และสามารถเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษาจากด้านหน้าได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังทำประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 97% ในโหมด Double-conversion และ 99% ในโหมด ECO โดยสูญเสียพลังงานในระบบเพียงแค่ประมาณ 1% เท่านั้น
  • ยืดหยุ่นในการขยายระบบ: รองรับการทำงานแบบขนานเพื่อขยายความจุไฟ และเข้ากันได้กับตู้แบตเตอรี่หลากหลายชนิด ทั้ง VRLA, Ni-Cd และ Li-ion เพื่อตอบสนองความต้องการระยะเวลาสำรองไฟที่แตกต่างกัน

กางแผนกลยุทธ์ของ Vertiv ในประเทศไทย

การพิจารณาลงทุนในระบบ UPS เกรดอุตสาหกรรม อาจมีคำถามเรื่องความคุ้มค่า แต่ในความเป็นจริง หากสายการผลิตที่เป็นระบบอัตโนมัติเกิดไฟฟ้าดับเพียงไม่กี่นาที การต้องทำการรีบูตระบบและเริ่มต้นสายการผลิตใหม่นั้นสร้างความเสียหายและค่าเสียโอกาสมหาศาล การจัดสรรงบประมาณเพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าเครื่องจักรเพื่อติดตั้ง UPS ถือเป็นการป้องกันที่คุ้มค่ากว่ามาก

นอกจากนี้ ภายในโรงงานที่มีการติดตั้งเครื่องปั่นไฟก็ยังจำเป็นต้องมี UPS เพื่อสำรองไฟฟ้าในช่วงเวลา 1-2 นาทีแรกระหว่างรอให้เครื่องปั่นไฟสตาร์ทและจ่ายไฟจนได้ระดับที่เสถียร แม้ในปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เช่นสายทองแดง หรือแบตเตอรี่ในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 10-20% แต่ความต้องการของลูกค้าในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่อุตสาหกรรมไทยกำลังก้าวเข้าสู่อนาคต Vertiv มีความพร้อมอย่างเต็มที่ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยยาวนานถึง 40 ปี หรือ นับตั้งแต่ยุค Emerson Network Power พร้อมด้วยทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขายกว่า 50 ชีวิต ที่คอยสนับสนุนลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมโซลูชันด้านการจัดการพลังงานและความร้อนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานยุโรป EN 50121 และ EN 50171 ครบวงจร

ทำให้มั่นใจได้ว่า Vertiv จะเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถรักษาความต่อเนื่องของระบบปฏิบัติการสำคัญได้อย่างไร้รอยต่อ

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

SiS ตอกย้ำผู้นำตลาด Solar Solution ครบวงจร ประกาศได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย Sigenergy แบรนด์อินเวอร์เตอร์ระดับโลก [PR]

บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและโซลูชันไอทีครบวงจรของประเทศไทย ประกาศได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Sigenergy แบรนด์ผู้พัฒนาเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และระบบพลังงานอัจฉริยะระดับโลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีพลังงานระดับสากลเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโซลาร์ในประเทศไทย

ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion” พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร [PR]

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ …