ISO 10218 คืออะไร

ISO 10218 เป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมได้รับการออกแบบ สร้างขึ้น และใช้งานอย่างปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

มาตรฐาน ISO 10218 แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • ISO 10218-1:2011: ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม – ส่วนที่ 1: หุ่นยนต์
  • ISO 10218-2:2011: ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม – ส่วนที่ 2: ระบบหุ่นยนต์และการรวมระบบ

ISO 10218-1:2011 ระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและการผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เช่น ข้อกำหนดด้านกลไก ข้อกำหนดทางไฟฟ้า ข้อกำหนดของระบบควบคุม และข้อกำหนดด้านซอฟต์แวร์

ISO 10218-2:2011 ระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาระบบหุ่นยนต์ รวมถึงการประเมินความเสี่ยง การออกแบบพื้นที่ทำงาน และการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน

มาตรฐาน ISO 10218 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของหุ่นยนต์ และส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

หากคุณมีความสนใจในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐาน ISO 10218 หรือต้องการเข้าถึงเอกสารมาตรฐาน คุณสามารถติดต่อกับองค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศของคุณ

ที่มา : https://www.automate.org/robotics/news/updated-iso-10218-major-advancements-in-industrial-robot-safety-standards-now-available

About pawarit

Check Also

Esri ส่ง “ArcGIS Velocity” แบบติดตั้งเอง วิเคราะห์ IoT เรียลไทม์ เจาะกลุ่มองค์กรความลับสูง

ในยุคที่สายการผลิต ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานเต็มไปด้วยอุปกรณ์ IoT และเซนเซอร์ การติดตามข้อมูลแบบสดๆ (Real-time) คือหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการ แต่ความท้าทายคือ หลายองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานรัฐไม่สามารถนำข้อมูลสำคัญเหล่านี้ไปประมวลผลบนคลาวด์สาธารณะได้ เพราะติดข้อจำกัดด้านความปลอดภัยขั้นสูง

ยู สวอพ ยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสลับแบตเตอรี่ในไทยเผยโฉม UNEX EV 6×4 Tractor Truck ขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่ยุคคาร์บอนต่ำ [PR]

หลังผ่านการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและทดสอบเบื้องต้นในพื้นที่แหลมฉบัง ชูอัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 1.3 kWh ต่อกิโลเมตร พร้อมเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านคาร์บอนของผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย