สหรัฐฯ เขย่าวงการชิปโลก! Samsung และ SK hynix สะเทือนหนัก ส่วน TSMC ชิงไหวพริบเดินหน้า 2-นาโนเมตร

รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างความตึงเครียดให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยการยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้ Samsung, SK hynix, และ Intel สามารถนำเข้าอุปกรณ์ผลิตชิปจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศจีนได้อย่างอิสระ ทำให้ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การยกเลิกข้อยกเว้นครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Samsung และ SK hynix เนื่องจากสายการผลิตชิปส่วนใหญ่ในจีนจะถูกจำกัดไม่ให้ขยายกำลังการผลิตหรืออัปเกรดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการผลิตและซ่อมบำรุงอาจล่าช้าออกไปหลายเดือน และในระยะยาวอาจต้องพิจารณาย้ายฐานการผลิตบางส่วนกลับไปยังเกาหลีใต้

ในขณะที่ Samsung และ SK hynix กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากไต้หวันกลับเดินหน้าอย่างรวดเร็ว โดยประกาศว่าจะใช้เพียงอุปกรณ์การผลิตจากญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป สำหรับโรงงานผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรในไต้หวันและสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การตัดสินใจของ TSMC แสดงให้เห็นถึงการวางแผนเชิงรุกเพื่อรับมือกับนโยบายที่เข้มงวดของสหรัฐฯ ในการควบคุมอุตสาหกรรมชิป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศจีน ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมชิปทั่วโลกอีกด้วย

ที่มา: https://www.all-about-industries.com/samsung-sk-hynix-and-tsmc-adjust-chip-manufacturing-strategies-a-b46a7cd2c350493ca59a3e81573b7b3b/

About pawarit

Check Also

Kuehne+Nagel ผนึกกำลัง Amazon รับจบงานโลจิสติกส์ หนุนหลังบ้านคลาวด์ AWS ทั่วโลก

เบื้องหลังระบบคลาวด์ที่ล้ำสมัย คือโครงสร้างพื้นฐานระดับฮาร์ดแวร์ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการระดับโลก ล่าสุด Kuehne+Nagel ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ ได้ประกาศยกระดับความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยลงนามเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับ Amazon เพื่อเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลซัพพลายเชนให้กับบริการคลาวด์อันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Amazon Web Services (AWS)

FedEx จ่อเก็บค่าธรรมเนียมขนส่งนำเข้าสหรัฐฯ เพิ่มเติม รับเทศกาลไฮซีซั่น

ผู้ประกอบการที่ต้องส่งสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกาอาจต้องเตรียมตัวรับมือกับต้นทุนที่ขยับขึ้นอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์อย่าง FedEx ประกาศเตรียมเก็บ “ค่าธรรมเนียมช่วงที่มีความต้องการสูง” (Demand Surcharges) เพิ่มเติมสำหรับพัสดุนำเข้าจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา ยุโรป จีน และอีกหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ที่เข้ามาซ้ำเติมปัญหาต้นทุนให้กับผู้ส่งสินค้า ท่ามกลางภาษีที่ปรับตัวสูงขึ้นและการเตรียมเข้าสู่ช่วงฤดูกาลขนส่งที่คึกคักที่สุดของปี