ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่การแข่งขันเดือดระอุขึ้นทุกวัน BYD ยักษ์ใหญ่จากจีนได้ตัดสินใจเดินหมากครั้งสำคัญเพื่อแก้ “Pain Point” เรื้อรังของแบรนด์ ด้วยการประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในนาม “Linghui” (หลิ่งฮุ่ย) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าองค์กรและรถเช่า (Fleet/B2B) โดยเฉพาะ

กลยุทธ์แยกแบรนด์เพื่อ ลบภาพจำ “รถแท็กซี่”
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้เปิดเผยข้อมูลรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Linghui ถึง 4 รุ่น ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซีดาน 3 รุ่น (e5, e7, e9) และรถ MPV ปลั๊กอินไฮบริดอีก 1 รุ่น (M9)
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นการปรับปรุงมาจากโมเดลยอดฮิตในตระกูล Dynasty และ Ocean เช่น BYD Han หรือ Qin PLUS แต่ความแตกต่างที่สำคัญคือ “ตราสัญลักษณ์ใหม่” และ “ช่องทางการขายที่แยกเป็นอิสระ” เป้าหมายคือการแยกฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรที่เน้นการใช้งานหนัก ออกจากลูกค้าทั่วไปที่ต้องการความหรูหราและภาพลักษณ์ส่วนตัว
สถิติสะท้อนความจำเป็น: เมื่อตลาดพรีเมียมคือขุมทรัพย์ใหม่
ในปี 2025 ที่ผ่านมา BYD มียอดขายถล่มทลายกว่า 4.6 ล้านคัน (โตขึ้น 7.73%) แต่เมื่อเจาะลึกตัวเลขจะพบความท้าทายที่น่าสนใจ:
- ตระกูล Dynasty และ Ocean (เน้นตลาดมวลชน): กวาดไปถึง 3.45 ล้านคัน
- แบรนด์ Denza (แบรนด์พรีเมียม): มียอดขายเพียง 180,000 คัน
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ BYD จะครองตลาดแมสได้เบ็ดเสร็จ แต่การขยับขึ้นไปในตลาด “พรีเมียม” ที่มีกำไรต่อคันสูงกว่ายังคงเป็นโจทย์ใหญ่ การปล่อยให้รถรุ่นเดียวกันวิ่งเกลื่อนถนนในฐานะรถเช่าหรือรถรับจ้างส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณค่าของแบรนด์ในสายตาผู้ซื้อรถส่วนบุคคล
เทรนด์ใหม่ของค่ายรถจีน: 100 แบรนด์ที่ต้องหาที่ยืน
การขยับตัวของ BYD ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเทรนด์ที่ค่ายรถจีนกำลังทำตามกัน เช่น GAC Aion ที่ประกาศแยกธุรกิจ B2B และ B2C ออกจากกันอย่างเด็ดขาดในปี 2025 เพื่อสลัดภาพจำของการเป็นรถบริการเรียกรถ (Ride-hailing)
ปัจจุบัน จีนมีแบรนด์รถยนต์ในประเทศมากกว่า 100 แบรนด์ การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ค่ายรถต้องใช้กลยุทธ์คู่ขนาน คือการลดต้นทุนผ่านการใช้ทรัพยากรร่วมกันควบคู่ไปกับการปั้นแบรนด์ใหม่ ๆ ที่เน้นความพรีเมียมและเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Yijing (Dongfeng + Huawei) หรือ Qijing (GAC + Huawei) เพื่อหนีจากการสู้รบในตลาดราคาถูก
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








