ในสมรภูมิเทคโนโลยีที่ดุเดือด SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ ได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งมหาศาลกว่า 19 ล้านล้านวอน (ประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อสร้างโรงงานแพ็คเกจจิ้งชิปขั้นสูงในบ้านเกิด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลน และเสริมความแข็งแกร่งให้ซัพพลายเชนในท้องถิ่นท่ามกลางความผันผวนของโลก

HBM: หัวใจสำคัญของขุมพลัง AI
กระแส AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำแบบ HBM (High Bandwidth Memory) พุ่งสูงขึ้นจนผลิตไม่ทัน HBM คือเทคโนโลยีการวางชิปซ้อนกันในแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลมหาศาล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับระบบ AI ที่ซับซ้อน
ปัจจุบัน SK Hynix คือเบอร์หนึ่งในตลาดนี้ โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทครองส่วนแบ่งตลาด HBM ทั่วโลกสูงถึง 61% ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Micron (20%) และ Samsung (19%) และคาดการณ์ว่าตลาดนี้จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 33% ไปจนถึงปี 2030
ถอยทัพจากจีน กลับสู่ฐานที่มั่นเกาหลีใต้
การตัดสินใจทุ่มงบในเกาหลีใต้ครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงเหตุผลด้านเทคโนโลยี แต่ยังมีนัยสำคัญทาง “ภูมิรัฐศาสตร์”:
- มาตรการกำแพงภาษี: ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์
- ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี: การหมดอายุของใบอนุญาตพิเศษจากสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2025 ทำให้ SK Hynix ไม่สามารถนำเข้าเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงไปยังโรงงานในจีนได้อีกต่อไป
- การสนับสนุนจากรัฐ: รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ขยายโครงการเงินอุดหนุนมหาศาลเพื่อดึงอุตสาหกรรมชิปกลับมาผลิตในประเทศ (Reshoring)
การแข่งขันที่ไม่มีใครยอมใคร
ไม่ใช่แค่ SK Hynix เท่านั้นที่เร่งเครื่อง เพราะคู่แข่งฝั่งอเมริกาอย่าง Micron ก็เพิ่งประกาศเตรียมสร้าง “Megafab” ในนิวยอร์กด้วยเงินลงทุนสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังเร่งสร้างอาณาจักรเซมิคอนดักเตอร์ของตนเองภายในเขตแดนที่ปลอดภัย
โรงงานใหม่ของ SK Hynix มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในเดือนเมษายนนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ยังคงเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมชิปโลกต่อไป
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








