LG Innotek กำลังดัน FC-BGA ให้เป็นธุรกิจมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2030 ด้วย Dream Factory ที่ทันสมัย

LG เปิด Dream Factory ให้สื่อมวลชนเข้าชมเป็นครั้งแรก โดยโรงงานในฝันแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการผลิต FC-BGA (Flip Chip Ball Grid Arrays) ซึ่งเป็นสารซับเตรตเซมิคอนดักเตอร์ที่นำไปใช้กับชิปต่างๆ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โรงงานแห่งนี้จึงที่ถือเป็นจักรกลแห่งการเติบโตยุคต่อไปของ LG

กระบวนการควบคุมคุณภาพสายการผลิต (LQC) ซึ่งตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนด (ความหนา ขนาด ฯลฯ) ตามที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ โดยข้อมูลผลการตรวจสอบจะถูกส่งไปยังลูกค้าทันทีและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ แสดงถึงความโปร่งใสในด้านคุณภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกค้าทั่วโลกของ LG Innotek

จากก่อนหน้านี้ในปี 2022 LG Innotek ได้ประกาศแผนธุรกิจการผลิต FC-BGA ซึ่งเป็นสารซับเตรตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมูลค่าสูง และได้ซื้อโรงงาน Gumi 4 ของ LG Electronics เพื่อนำมาสร้าง Dream Factory และเริ่มการผลิตจำนวนมากอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024

Dream Factory ตั้งอยู่ที่ Gumi จังหวัด Gyeongsangbuk-do เกาหลีใต้ มีพื้นที่รวม 26,000 ตารางเมตร ถือเป็นโรงงาน “อัจฉริยะ” ที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรม โดยผสานรวมเทคโนโลยีไอทีล่าสุด เช่น ปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้ระดับลึก หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีแฝดดิจิทัล (digital twin) ซึ่งการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติ ข้อมูล และความฉลาดมาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการทั้งหมด จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานการผลิต FC-BGA ที่มีความทันสมัย ช่วยขจัดปัจจัยสำคัญสี่ประการที่บั่นทอนความสามารถการแข่งขันทางการผลิต ได้แก่ ข้อผิดพลาดของมนุษย์ (Man) ต้นทุนความล้มเหลว (F-cost) การสูญเสียจากงานซ่อมบำรุงเมื่อเกิดความเสียหาย (BM) และอุบัติเหตุ

อัตโนมัติทั้งกระบวนการ และใช้หุ่นยนต์ในงานโลจิสติกส์

การผลิตภัณฑ์สารซับเตรตเซมิคอนดักเตอร์ อย่างเช่น FC-BGA นั้นต้องใช้กระบวนการที่มีความละเอียดเป็นพิเศษ หากมีสิ่งแปลกปลอมแม้ว่าเป็นเพียงสิ่งที่เล็กที่สุด (ขนตา น้ำลาย ฯลฯ) ก็อาจนำไปสู่ปัญหาด้านคุณภาพได้ ดังนั้นจึงต้องลดการสัมผัสของมนุษย์กับผลิตภัณฑ์ในระหว่างการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด

เพื่อบรรลุจุดประสงค์นี้ LG Innotek จึงนำระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบมาใช้ที่ Dream Factory ดังนั้้นการที่จะพบเจอคนภายในโรงงานนี้จึงเป็นเรื่องยาก นอกเหนือจากบุคลากรที่จำเป็นในบางกรณี เช่น พนักงานซ่อมบำรุงและซ่อมแซมอุปกรณ์ ดังนั้นในขั้นตอนการผลิต FC-BGA ทั้้งหมด 10 ขั้นตอน และกระบวนโลจิสติกส์จึงไร้คน

Dream Factory ใช้หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) หลายสิบตัวเพื่อเคลื่อนย้ายวัสดุไปรอบๆ สายการผลิตโดยอัตโนมัติ เมื่อมีคำสั่งผลิตเข้ามา กระบวนการจะเป็นไปโดยอัตโนมัติตามกรอบเวลาการจัดส่งของลูกค้าที่ป้อนไว้ใน RTS (ตารางกำหนดการในเวลาจริง) โดย AMR จะขนส่งวัตถุดิบไปยังโรงงานที่ดำเนินการ และเมื่อเครื่องตรวจพบบาร์โค้ดบนวัตถุดิบซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ จะมีการตั้งค่าสูตรกระบวนการเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ผ่านระบบการจัดการสูตร หรือ RMS (recipe management system) โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นกระบวนการผลิตภัณฑ์จะเริ่มต้นดำเนินการ ในขณะที่ AMR ยังรับผิดชอบในการบรรทุกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกลับเข้าไปในคลังสินค้าอีกด้วย

นอกจากนี้ กระบวนการลอกฟิล์มป้องกันออกจากแผง (การแยกฟิล์มออกไป) ยังเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์ จึงสามารถป้องกันรอยขีดข่วนเล็กๆ และข้อบกพร่องที่เกิดจากวัตถุแปลกปลอม เช่น อนุภาคฝุ่นและสารแปลกปลอมได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ซึ่งการสร้างโรงงานผลิตโดยไม่ให้มีการสัมผัสนั้น จะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ อย่างเช่น หุ่นยนต์โคบอตไปตลอดทั้งกระบวนการ จึงช่วยลดความผิดพลาดของคนงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตรวจสอบคุณภาพ FC-BGA บนฐานของ AI โดยไม่ต้องใช้คน

โรงงาน Dream Factory ทำให้เกิดไฟล์ข้อมูลมากกว่า 200,000 ไฟล์ ขนาด 100GB ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิต FC-BGA ทุกวัน โดย LG Innotek ได้รวบรวมข้อมูลนี้ตลอดกระบวนการผลิตผ่านเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ทุกจุดในโรงงาน ด้วยการใช้ AI ซึ่งเรียนรู้จากชุดข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นประโยชน์ต่อระบบการคาดการณ์และตรวจสอบข้อบกพร่อง จึงมีนัยสำคัญต่อการลดช่วงเวลานำ (lead time) อันเนื่องมาจากมีข้อบกพร่อง

นอกจากนี้ LG Innotek ยังนำระบบการตรวจสอบภาพด้วยการเรียนรู้ระดับลึกของ AI มาใช้กับกระบวนการตรวจสอบด้วยแสงโดยอัตโนมัติ หรือ AOI (Automated Optical Inspection) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีหรือไม่ โดยหุ่นยนต์จะเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ คือ บอร์ด FC-BGA ที่ทำเสร็จแล้วไปยังโต๊ะตรวจสอบทางภาพ จากนั้น AI ที่ได้รับการฝึกรับรู้ข้อมูลทั้งลักษณะข้อบกพร่องและคุณภาพดีหลายหมื่นจุดเกี่ยวกับ FC-BGA มาแล้ว จะตรวจจับข้อบกพร่องในระดับจุลภาคที่ยากต่อการระบุด้วยตาเปล่า และทำได้สำเร็จภายในเวลาเพียง 30 วินาที

LG Innotek กำลังดำเนินการตามกระบวนการ AOI ขั้นสูง โดยในห้องที่อยู่ถัดไปจากอุปกรณ์ AOI ที่มีไว้สำหรับตรวจสอบวงจรที่มีความผิดพร่อง จะมีหุ่นยนต์และระบบตรวจสอบที่ใหญ่กว่ามาก เรียกว่า Line Quality Control (LQC) ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อกำหนดต่างๆ (ความหนา ขนาด ฯลฯ) ของผลิตภัณฑ์โดยอัตโนมัติตามที่ลูกค้าต้องการว่าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ และข้อมูลผลการตรวจสอบจะถูกส่งไปยังลูกค้าทันที ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมจากความล้ำสมัยของอุปกรณ์ AOI ของ LG Innotek เป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่น่าประทับใจที่สุดของโรงงานสำหรับลูกค้าทั่วโลกที่เคยมาเยี่ยมชม

AI สามารถระบุผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องได้ และเนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นมีบาร์โค้ดที่สามารถติดตามประวัติกระบวนการได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ถูกระบุว่ามีข้อบกพร่องจะถูกคัดกรองออกไปโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้มนุษย์เข้ามาแทรกแซง ทำให้ต้นทุนความล้มเหลวลดลงมากกว่า 50%

นอกจากนี้ AI ยังถูกนำไปใช้กับระบบจำลองดิจิทัล ซึ่งป้องกันการเกิดข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์และความล้มเหลวของอุปกรณ์ โดยกระบวนการก่อนหน้านี้ ต้องอาศัยพนักงานตรวจสอบแบบแมนวลเพื่อหาข้อบกพร่องผลิตภัณฑ์ รวมทั้งระบุด้วยว่าเครื่องจักรใดที่ทำให้เกิดข้อบกพร่อง และจะซ่อมแซมอย่างไรเมื่อพบข้อบกพร่องนั้น ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ภายในปี 2026 LG Innotek วางแผนที่จะนำระบบการจัดการคุณภาพอัจฉริยะ (i-QMS) มาใช้ ซึ่งระบบนี้สามารถตรวจจับและวิเคราะห์ความผิดปกติด้านคุณภาพในเวลาจริงในระหว่างการผลิต และยังปรับแก้ไขให้ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะทำให้กระบวนการผลิต FC-BGA ทั้งหมดเป็นแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีแฝดดิจิทัลเพื่อแบ่งปันข้อมูลกับลูกค้าในเวลาจริงเกี่ยวกับกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการผลิต เพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อลูกค้า

แฝดดิจิทัลช่วยลดคาบเวลา Ramp-up ให้สั้นลงได้เกือบครึ่ง

แม้ว่าจะมีตัวแปรเล็กน้อยที่สุดอยู่ในระบบ แต่นั่นก็อาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของ FC-BGA ลดลง จึงต้องปรับอุปกรณ์ให้เหมาะสมสำหรับการผลิตจำนวนมาก และปรับสูตรกระบวนการและสภาพแวดล้อมการผลิตเพื่อการตั้งค่าที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการบรรลุผลผลิตดี (yields) ในระดับสูง

ใน Dream Factory อุปกรณ์ภายในกระบวนการ FC-BGA ถูกตั้งค่าสภาวะให้เหมาะสมที่สุดผ่านเทคโนโลยีแฝดดิจิทัล ซึ่งในอดีตนั้น การระบุสภาวะที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการ FC-BGA ต้องใช้เวลาและเงินจำนวนมาก รวมทั้งต้องดำเนินการทดสอบหลายร้อยครั้ง โดยก่อนที่จะสร้างโรงงานนี้ LG Innotek สามารถระบุปัญหาการตั้งค่าเริ่มต้นกระบวนการโรงงานสำหรับ FC-BGA ล่วงหน้าได้โดยใช้วิธี “การจำลองโรงงาน” โดยสร้างแบบจำลองเสมือนจริง 3 มิติในพื้นที่ ทำให้สามารถตั้งค่าโรงงานด้วยความรอบคอบได้เหมาะสมที่สุดภายใต้สภาวะ เช่น ของเหลว ความร้อน และการไหลของอากาศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยากต่อการวัดค่าที่แท้จริงภายในโรงงาน แต่ด้วยเทคโนโลยีแฝดดิจิทัล ทำให้กระบวนการมีคาบเวลา ramp-up (ช่วงเวลาที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตด้วยการเพิ่มผลผลิตดีได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการผลิต) สั้นลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับระยะเวลาการดำเนินการก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ เทคโนโลยีดิจิทัลแฝดดิจิทัลยังถูกนำไปใช้กับระบบเฝ้าตรวจสอบสายการผลิต (LMS) ซึ่งคอยตรวจสอบสถานะการผลิตในเวลาจริง โดยระบบตรวจสอบในเวลาจริงจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบงานต่างๆ ทั้งสายการผลิตที่กำลังดำเนินการอยู่ การเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ สถานะสินค้าคงคลัง ความผิดปกติของอุปกรณ์ สมรรถนะการผลิต และสถานะคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ทันทีบนหน้าจอขนาดใหญ่ภายห้องควบคุมรวมที่ติดตั้ง LMS ทำให้สามารถตอบสนองได้ทันทีในกรณีมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น

ส่งเสริมตลาด FC-BGA เติบโตสู่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา LG Innotek ได้สะสมเทคโนโลยีที่สำคัญเกี่ยวกับสารซับเตรตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมูลค่าสูง เช่น ไมโครเซอร์กิตที่เล็กละเอียดมาก และเทคโนโลยีการจับคู่สารซับเตรตแบบหลายชั้นที่มีความหนาแน่นสูง (การจัดเรียงซ้อนสารซับเตรตหลายชั้นด้วยความละเอียดแม่นยำและสม่ำเสมอ) โดยดำเนินการผ่านทางธุรกิจส่วนประกอบวัสดุสารซับเตรต

จากความรู้ความชำนาญนี้ LG Innotek ได้เริ่มการผลิต FC-BGA จำนวนมากสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ให้กับลูกค้าเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ ยังประสบความสำเร็จในการรักษาฐานลูกค้าเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลกได้อีก ส่วนในปี 2025 นี้ LG Innotek ตั้งเป้าที่จะเข้าสู่ตลาด FC-BGA สำหรับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ของคอมพิวเตอร์ PC โดยกลยุทธ์ของบริษัท คือ การเข้าสู่ตลาด FC-BGA ระดับไฮเอนด์เป็นระยะๆ รวมถึงการเข้าสู่ตลาด FC-BGA ของเซิร์ฟเวอร์ในช่วงต้นปี 2026 และเพื่อเตรียมพร้อมในด้านนี้ LG Innotek ได้ซื้อส่วนสำคัญของโรงงานที่จำเป็นต่อการผลิต FC-BGA สำหรับเซิร์ฟเวอร์ เช่น “การเคลือบที่ขอบ” ให้เป็นตัวป้องกันไม่ให้เกิดอนุภาคฝุ่น

เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายนี้ LG Innotek จะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสารซับเตรตรุ่นต่อไปโดยร่วมมือกับลูกค้าเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลก โดยภายในปี 2027 บริษัทมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น เทคโนโลยี RDL (re-distribution layer) ซึ่งใช้วิธีแกะสลักลวดลายไมโครเซอร์กิตลงบนชั้นสารซับเตรตโดยตรง ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานจากการฝังอุปกรณ์ลงในชั้นซับสเตรต นอกจากนี้ ยังรวมถึงเทคโนโลยีแกนหลายชั้น (MLC) และแกนเป็นกระจก (ซับสเตรตกระจก) ซึ่งป้องกันการบิดเบี้ยวเมื่อใช้เป็นซับสเตรตทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LG Innotek ได้ส่งเสริมซับการใช้สเตรตกระจกเพื่อเสริมแกร่งความร่วมมือกับลูกค้าทั่วโลก

Minseok Kang รองประธานและหัวหน้าหน่วยธุรกิจซับสเตรตและวัสดุของ LG Innotek กล่าวว่า — “LG Innotek จะขยายการผลิต FC-BGA ต่อไป ซึ่งจะมอบคุณค่าที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าด้วยโรงงาน Dream Factory อันทันสมัย ​​และพัฒนาธุรกิจ FC-BGA ให้กลายเป็นธุรกิจมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030”

ที่มา: LG Innotek

About pawarit

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงาน Thai Cargo Expo 2027 (TCE) | 3-5 มีนาคม 2570 ณ ฮอลล์ EH100 ไบเทค บางนา|

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และการค้าข้ามพรมแดน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Thai Cargo Expo 2027 (TCE) เตรียมเปิดเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน และการขนส่งจากทั่วภูมิภาค ในการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชัน และโอกาสทางธุรกิจใหม่

Kuka เปิดตัวแพลตฟอร์ม AMP ทลายกำแพงเชื่อม AI สู่หุ่นยนต์ในสายการผลิตจริง

Kuka Group เข้าร่วมในงาน NVIDIA GTC 2026 พร้อมเผยโฉมแพลตฟอร์มสุดล้ำ Kuka Automation Management Platform (AMP) ซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเชื่อมโลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบอัตโนมัติทางกายภาพ …