BMW Group ก้าวสู่โรงงานเสมือนจริง ปฏิวัติการผลิตด้วยดิจิทัล

BMW Group กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตด้วยการเปิดตัว “โรงงานเสมือนจริง” (Virtual Factory) หรือที่เรียกว่า BMW i-Factory ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการวางแผนการผลิตทั่วโลกและรองรับการเปิดตัวรถยนต์ใหม่กว่า 40 รุ่นภายในปี 2027

คุณสมบัติและประโยชน์ที่สำคัญ:

  • ลดเวลาในการวางแผน: การปรับเปลี่ยนและทดสอบกระบวนการผลิตที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์จะถูกจำลองแบบดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น การตรวจสอบการชนที่ซับซ้อนซึ่งเคยใช้เวลา 4 สัปดาห์จะลดลงเหลือเพียง 3 วัน
  • การจำลองที่แม่นยำ: สร้าง “Digital Twins” ของโรงงาน BMW ทั่วโลกโดยเชื่อมโยงข้อมูลอาคาร อุปกรณ์ โลจิสติกส์ ยานพาหนะ และการจำลอง 3 มิติของกระบวนการทำงานด้วยมือ
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ใช้แอปพลิเคชัน 3D Metaverse ระดับอุตสาหกรรมที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Nvidia Omniverse เพื่อจำลองแบบเรียลไทม์ และปรับปรุงเลย์เอาต์ หุ่นยนต์ และระบบโลจิสติกส์
  • บูรณาการ AI: พัฒนาโรงงานเสมือนจริงอย่างต่อเนื่องด้วยฟังก์ชัน AI ที่สามารถสร้างและประมวลผลข้อมูลได้เอง รวมถึงผู้ช่วย AI ที่สามารถทำงานได้โดยมีการควบคุมที่จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์รุ่นใหม่ทุกคันจะเข้ากันได้กับสายการผลิตและไม่มีการชนกับสภาพแวดล้อมใด ๆ ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผลิตจริง
  • ประหยัดต้นทุน: BMW Group คาดการณ์ว่าโรงงานเสมือนจริงจะช่วยลดต้นทุนการวางแผนการผลิตลงได้ถึง 30% ในระยะยาว

โดยรวมแล้ว โรงงานเสมือนจริงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ BMW Group ในการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของการผลิตยานยนต์ที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปราศจากข้อผิดพลาด

ที่มา : https://www.all-about-industries.com/industrialization-virtual-factory-bmw-group-a-256fddc9527f27dba119e5cf6f0404ec/

About pawarit

Check Also

ปิดตำนาน 34 ปี! LG เตรียมรูดม่านปิดโรงงานแห่งแรกในจีน ปรับแผนมุ่งเป้าตลาดพรีเมียม

ถือเป็นการปรับทัพครั้งสำคัญในห่วงโซ่การผลิตระดับโลก เมื่อยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง LG Electronics ประกาศเตรียมยุติสายการผลิตที่โรงงานในเมืองฮุ่ยโจว (Huizhou) ประเทศจีน หลังเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งนับเป็นการปิดฉากฐานการผลิตแห่งแรกของบริษัทบนแผ่นดินจีนที่ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานถึง 34 ปี

Covestro ผนึกกำลัง BYD พัฒนาวัสดุนวัตกรรมใหม่

วงการยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานกำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อ Covestro บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลก ได้จรดปากกาเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ BYD ค่ายรถยนต์พลังงานทางเลือกชั้นนำจากจีน เพื่อสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่การคิดค้นและประยุกต์ใช้วัสดุขั้นสูงสำหรับอนาคต