Infineon ทุ่มทุนสร้างฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน บนพื้นที่โครงการอารียา เดอะ อีสเทิร์น เกทเวย์

บริษัท อารียา แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอารียา เดอะ อีสเทิร์น เกทเวย์ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อบริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (อินฟินีออน) ลงนามในสัญญาซื้อที่ดินขนาด 125 ไร่ ภายในโครงการอารียา เดอะ อีสเทิร์น เกทเวย์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย (back-end) ขยายฐานการผลิตในเอเชีย ตอบสนองความต้องการโมดูลพลังงานที่เพิ่มขึ้น และสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในต้นปี พ.ศ. 2569

การขยายการลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความเป็นผู้นำระดับโลกของอินฟินีออนในด้านระบบไฟฟ้าและ IoT รวมถึงการเป็นผู้นำตลาดไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับโลกด้วยส่วนแบ่งตลาด 21.3% ในปี พ.ศ. 2567

บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เอจี ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ระดับโลกจากประเทศเยอรมนี เลือกโครงการอารียา เดอะ อีสเทิร์น เกทเวย์ เป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำศักยภาพอันหลากหลายของโครงการ โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งระดับซูเปอร์ไพรม์ บนถนนบางนา-ตราด กม. 32 ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างราบรื่น ด้วยการเข้าถึงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายใหม่ กรุงเทพฯ-ชลบุรี สนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาที และท่าเรือกรุงเทพฯ ภายใน 40 นาที

โครงการฯ ยังมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก อาทิ แหล่งพลังงานที่มั่นคงและโซลูชันพลังงานหมุนเวียน การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขั้นสูง และพื้นที่พัฒนาขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ประกอบกับแรงจูงใจและการสนับสนุนจากภาครัฐที่แข็งแกร่ง รวมถึงความมุ่งมั่นต่อมาตรฐานความยั่งยืนที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทำให้โครงการอารียา เดอะ อีสเทิร์น เกทเวย์ มีความเป็นเอกลักษณ์ในฐานะ “ระบบนิเวศอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งแรกในประเทศไทย” ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และเทคโนโลยี

โรงงานแห่งนี้มีกำหนดเปิดทำการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2569 สร้างขึ้นบนปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ได้แก่ การลดคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง โรงงานผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ของอินฟินีออนได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการโมดูลพลังงานในภาคอุตสาหกรรมในอนาคต สนับสนุนโซลูชันพลังงานหมุนเวียน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ อินฟินีออนยังมีแผนที่จะจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์” เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานและบริษัทในเครือทั่วเอเชีย

ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โรงงานอัตโนมัติขั้นสูงแห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการกระจายฐานการผลิตของอินฟินีออน และตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนการลดคาร์บอนและการปกป้องสภาพภูมิอากาศ

โครงการอารียา เดอะ อีสเทิร์น เกทเวย์ มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจไทย และเราหวังว่าการลงทุนครั้งนี้จะส่งเสริมการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ บูรณาการประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรในภาคเทคโนโลยี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ที่มา : https://www.newswit.com/en/if2dbznjhfa5xogywvcpoyyk0w8bv3km

About pawarit

Check Also

ไทยเปิดตัวหุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติเครื่องแรก ZBHA จับมือซูเปอร์ การ์ด นำร่องที่ภูเก็ต [PR]

บริษัท ZBHA International Limited ผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อความปลอดภัย จับมือบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์ การ์ด จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 19 ปี …

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรม EV รุ่นแรก พร้อมเปิดตัวกันยายนนี้ [PR]

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ยังคงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ โดย Torcal รุ่นใหม่ได้สานต่อเรื่องราวในรูปแบบที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ ตั้งแต่กระจังหน้ารูปทรงเพชรแบบลอยตัวที่ดูราวกับอัญมณีไปจนถึงหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลอันล้ำสมัยที่สร้างขึ้นจากงานฝีมืออย่างแท้จริงด้วยความร่วมสมัยในการออกแบบ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์อย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกันผ่านภาษาแห่งงานฝีมือ ความงดงาม และนวัตกรรม