Siemens จับมือ NVIDIA ยกระดับการทดสอบชิป AI ทะลุ “ล้านล้านรอบ” ได้ในไม่กี่วัน

ลองจินตนาการถึงการสร้างสมองกลอัจฉริยะที่ซับซ้อนที่สุดในโลกอย่างชิป AI สิ่งที่ยากพอ ๆ กับการออกแบบมันขึ้นมา คือ “การทดสอบ” ว่ามันจะทำงานได้จริงหรือไม่ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต ในอดีต การทดสอบนี้เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่วันนี้ Siemens และ NVIDIA ได้จับมือกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พลิกโฉมวงการเซมิคอนดักเตอร์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

ก่อนหน้านี้ การจำลองการทำงานของชิปก่อนการผลิตจริง (Pre-silicon design cycles) ระดับ “ล้านล้านรอบ” ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยข้อจำกัดทางเวลา เครื่องมือแบบดั้งเดิมอย่างการทำ Simulation หรือ Emulation มักจะไปถึงจุดตันเมื่อต้องรับมือกับการทำงานระดับพันล้านรอบ ซึ่งไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับชิป AI และ Machine Learning (ML) ในยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมหาศาล ทั้งในระดับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

แต่ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด NVIDIA และ Siemens ได้ผสานสองสุดยอดเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน:

  • Veloce™ proFPGA CS: ระบบจำลองและทดสอบฮาร์ดแวร์อันทรงพลังและยืดหยุ่นจาก Siemens
  • สถาปัตยกรรมชิปประสิทธิภาพสูงจาก NVIDIA

ผลลัพธ์ที่ได้คือปรากฏการณ์ใหม่ ที่สามารถประมวลผลการจำลองการออกแบบได้ระดับ “หลายล้านล้านรอบ” ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน! ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่ออนาคตของ AI?

การก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขที่เอาไว้โชว์ความเร็ว แต่หมายถึง ความเชื่อมั่น และ คุณภาพ ทีมวิศวกรของ NVIDIA สามารถทดสอบเวิร์กโหลดขนาดมหึมาและปรับแต่งดีไซน์ชิป SoC (System-on-a-chip) ได้จนสมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งแต่ก่อนที่ชิปตัวแรกจะถูกผลิตออกมา (First silicon) ซึ่งช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดต้นทุนมหาศาล และทำให้เทคโนโลยี AI ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“เมื่อ AI และสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ทีมเซมิคอนดักเตอร์จึงต้องการโซลูชันการทดสอบที่ทรงพลัง เพื่อรับรองเวิร์กโหลดขนาดมหาศาล และเร่งเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด การจับมือกับ Siemens ช่วยให้วิศวกรของเราจับข้อมูลได้ล้านล้านรอบในไม่กี่วัน ซึ่งเป็นสเกลที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรับประกันความเสถียรให้กับ AI เจเนอเรชันถัดไป” > — Narendra Konda, รองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ NVIDIA

Jean-Marie Brunet ผู้บริหารจาก Siemens เน้นย้ำว่า ความร่วมมือนี้คือการตอบโจทย์ความท้าทายของชิป AI/ML ระดับสูงโดยเฉพาะ ด้วยระบบฮาร์ดแวร์ที่ขยายสเกลได้ง่าย ผนวกกับซอฟต์แวร์ที่ใช้งานและแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จของ Siemens และ NVIDIA ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทยักษ์ใหญ่สองแห่ง แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ที่จะช่วยให้โลกของเราได้สัมผัสกับนวัตกรรม AI ที่ฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และทรงพลังขึ้น ในเวลาที่รวดเร็วกว่าที่เคยคิดฝันไว้

ที่มา: https://news.siemens.com/en-us/siemens-nvidia-veloce/

About pawarit

Check Also

“เก่าแต่เก๋า!” ไขความลับทำไมเทคโนโลยีคลาสสิกอย่าง Serial Port ถึงยังคงยืนหนึ่งในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่

ในยุคที่ออฟฟิศขับเคลื่อนด้วยพอร์ต USB และสายพานการผลิตเต็มไปด้วยโครงข่าย Ethernet หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีรุ่นเก๋าอย่าง “Serial Port” ถึงเวลาต้องปลดระวางแล้วหรือยัง? ระบบสมัยใหม่ยังจำเป็นต้องรองรับเทคโนโลยีนี้อยู่ไหม?

“เจาะลึกอนาคต AI และ Edge Computing” กับ ดีน ลีโอ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส หน่วยธุรกิจ Edge AI จาก Microchip Technology [PR]

ในบทสัมภาษณ์นี้ คุณดีน ลีโอ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส หน่วยธุรกิจ Edge AI จาก บริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี จำกัด (Microchip) จะมาให้ความคิดเห็นในมุมมองอันน่าสนใจของ Microchip …