TSMC เปิดตัวเทคโนโลยีชิป 1.4 นาโนเมตร (A14) พร้อมผลิตจริงปี 2028

ในการประชุม North America Technology Symposium ที่ผ่านมา Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ประกาศความพร้อมในการเปิดตัวกระบวนการผลิตชิปล่าสุด A14 ขนาด 1.4 นาโนเมตร โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากได้ภายในปี 2028 ซึ่งเป็นการตอกย้ำแผนการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องหลังจากการผลิตชิป A16 ในปี 2026

แม้ว่าเทคโนโลยี A14 จะมีขนาดเล็กถึง 1.4 นาโนเมตร ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะต้องใช้เทคโนโลยี High NA-EUV แต่ TSMC ยืนยันว่าจะยังไม่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในกระบวนการผลิต A14 ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม จะนำเทคโนโลยี Backside Power Distribution มาใช้ในรุ่น A14P ที่จะเปิดตัวในปี 2029

จุดเด่นของกระบวนการผลิต A14:

  • พัฒนาบนพื้นฐานของ ทรานซิสเตอร์ Gate-All-Around (GAA) แบบ Nanosheet รุ่นที่สอง
  • เมื่อเทียบกับกระบวนการ N2 ขนาด 2 นาโนเมตร จะให้:
    • ความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ที่การใช้พลังงานเท่ากัน
    • ลดการใช้พลังงานลง 30 เปอร์เซ็นต์ ที่ความถี่สัญญาณนาฬิกาเดียวกัน
    • ความหนาแน่นของวงจรตรรกะเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์
  • TSMC เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ A14 กับ N2 โดยตรง ซึ่งยังใช้ทรานซิสเตอร์แบบ FinFET อยู่ โดยไม่ได้เปรียบเทียบกับ A16 ที่จะเปิดตัวก่อนหน้า
  • เปิดตัวแพลตฟอร์ม “NanoFlex Pro” เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในระดับชิป

การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TSMC ในการรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตชิปด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://www.all-about-industries.com/tsmc-kuendigt-fertigungsprozess-a14-fuer-2028-an-a-71aab37b283fb1f607dbf4b73bd50158/

About pawarit

Check Also

Mitsubishi ลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท ยกระดับฐานผลิต EV ไทย เสริมแกร่ง Supply Chain ในประเทศ

Mitsubishi Motors ลงทุนเพิ่มเติม 16,000 ล้านบาท ในประเทศไทย ภายในปี 2573 มุ่งเป้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในระดับโลก สะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเร่งเครื่องยกระดับ Supply Chain ของภาคการผลิตไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์สมัยใหม่

NEXUS ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษ “From Legacy ERP to the Autonomous Enterprise” | 21 สิงหาคม 2569 ผ่าน Zoom [PR]

ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามว่า ระบบ ERP ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตหรือไม่