Air Liquide รุกเปิดโรงงานผลิต Advanced Materials แห่งแรกในไต้หวัน เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานชิปยุคใหม่

แอร์ ลิควิด (Air Liquide) ผู้นำระดับโลกด้านก๊าซและบริการสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ประกาศเปิดตัวโรงงานผลิต Advanced Materials แห่งใหม่ในเมืองไทจง ไต้หวันอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตวัสดุสำหรับการเคลือบและการกัดกรด (Deposition and Etching) ขนาดใหญ่แห่งแรกของบริษัทในไต้หวัน โดยวัสดุระดับโมเลกุลเหล่านี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการผลิตชิปประมวลผลยุคใหม่ ที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบประมวลผลขั้นสูง (HPC)

การตัดสินใจตั้งโรงงานใจกลางฮับเซมิคอนดักเตอร์ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกครั้งนี้ จะช่วยให้ แอร์ ลิควิด สามารถผลิตโมเลกุลนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกระบวนการผลิตระดับนาโนได้โดยตรง ในยุคที่ผู้ผลิตชิปต่างพยายามย่อขนาดชิ้นส่วนลงจนแทบจะถึงระดับอะตอม ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของวัสดุจึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ การดึงฐานการผลิตมาไว้ใกล้ตัวลูกค้า จะช่วยให้ผู้ผลิตชิปทั้งในไต้หวันและทั่วเอเชียเข้าถึงวัสดุคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น เสริมความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทาน และยังเอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และเพิ่มผลผลิตให้คุ้มค่าที่สุด

การเปิดโรงงานใหม่นี้ถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจของ แอร์ ลิควิด ในไต้หวันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หลังจากที่บริษัทได้เข้ามาปักหลักในตลาดนี้มานานเกือบ 40 ปี และทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านยูโร นับตั้งแต่ปี 2019 โดยทางผู้บริหารอย่างคุณ Armelle Levieux ได้เน้นย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ที่พร้อมจะเป็นเบื้องหลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมโลกอย่าง AI รวมถึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเหล่าผู้ผลิตชิปชั้นนำ และตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของ แอร์ ลิควิด ในตลาดเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ที่มา: https://www.airliquide.com/group/press-releases-news/2026-03-25/air-liquide-inaugurates-its-first-advanced-materials-manufacturing-plant-taiwan-strengthening-next

About pawarit

Check Also

Huawei เปิดตัวเทคโนโลยีชิปใหม่ ลุยเป้าหมายเทียบชั้น 1.4 นาโนเมตร ภายในปี 2031

เมื่อกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ที่เน้นการลดขนาดทรานซิสเตอร์กำลังเดินมาถึงขีดจำกัดทางฟิสิกส์และต้นทุน ประกอบกับกำแพงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ Huawei จึงพลิกเกมครั้งใหญ่ นำเสนอแนวทางใหม่ที่ไม่พึ่งพาการย่อส่วนชิปแบบเดิม ๆ แต่หันไปมุ่งเน้นที่การจัดการ “เวลา” แทน โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่าเทคโนโลยีการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร …

ยุโรปเตรียมรับแรงกระแทก! คาดความต้องการ “ชิป” พุ่ง 2 เท่า ภายในปี 2040

ใคร ๆ ก็รู้ว่า “ชิป” (Semiconductor) คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีในยุคนี้ ล่าสุดมีผลวิจัยจากสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและดิจิทัลของเยอรมนี (ZVEI) ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจมาก…ว่า ทวีปยุโรปกำลังจะมีความต้องการใช้ชิปเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และนี่คือสัญญาณเตือนให้ยุโรปต้องรีบตื่นตัว