เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เริ่มสร้างศูนย์โลจิสติกส์แห่งใหม่ เตรียมพร้อมผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2027

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เดินหน้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว ด้วยการเริ่มสร้างศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ขนาดใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ในอังกฤษ ศูนย์นี้จะช่วยเตรียมพร้อมเบนท์ลีย์ให้สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEVs) ได้ในปี 2027 ตามแผนกลยุทธ์ Beyond100+ ที่ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2035

ไฮไลท์สำคัญ

  • ขนาด: ศูนย์แห่งนี้มีพื้นที่ 11,620 ตารางเมตร ช่วยในการจัดการวัสดุและส่งไปยังสายการประกอบ
  • ระบบอัตโนมัติ: มีระบบจัดเก็บอัตโนมัติใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกสำหรับกลุ่มโฟล์กสวาเกน ช่วยเพิ่มความเสถียรและการจัดลำดับชิ้นส่วน
  • เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ: พื้นที่จัดเก็บในสถานที่เพิ่มขึ้น 35% ลดความจำเป็นในการใช้คลังสินค้าภายนอก
  • กำหนดการ: การก่อสร้างจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2025 และเริ่มดำเนินการภายในกลางปี 2026

ศูนย์ใหม่นี้มีขนาดกว่า 11,000 ตารางเมตร มาพร้อมระบบจัดเก็บอัตโนมัติซึ่งเป็นครั้งแรกของกลุ่มโฟล์กสวาเกน ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในสถานที่ได้ถึง 35% ลดการพึ่งพาคลังสินค้าภายนอก การก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2025 และเริ่มดำเนินการกลางปี 2026

การสร้างศูนย์นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการขนส่งและของเสีย นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำนักงาน โรงอาหาร และห้องฝึกอบรมที่ทันสมัย รองรับการทำงานของพนักงานและเปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้เห็นกระบวนการทำงาน

ศูนย์โลจิสติกส์แห่งนี้เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเบนท์ลีย์ สะท้อนความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านรถยนต์หรูไฟฟ้าที่ยั่งยืน โดยผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับงานฝีมือดั้งเดิมของแบรนด์

ที่มา : https://theevreport.com/bentley-builds-ev-logistics-hub

About pawarit

Check Also

ครั้งแรกในไทย! ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ Honda 0 α พร้อมจัดแสดงให้สัมผัสที่ “The M.O.V.E. by Honda” ถึง 31 มี.ค. 2569 นี้ [PR]

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อัปเดตไฮไลต์นวัตกรรมใหม่ที่จัดแสดงภายใน “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience …

Ford เปิดโต๊ะถก Geely เล็งโมเดลแชร์ทรัพยากรการผลิต-เทคโนโลยี

วงการยานยนต์โลกกำลังจับตามองดีลสำคัญ เมื่อ Ford Motor ยักษ์ใหญ่จากฝั่งอเมริกา และ Geely พญามังกรจากจีน กำลังซุ่มเจรจาหาทางร่วมมือกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อ “แชร์ต้นทุน” ในยุคที่การผลิตรถยนต์และเทคโนโลยีมีความซับซ้อนและราคาแพงระยับ